เต้าหูน้ำแดง

เต้าหูน้ำแดง
Soft egg tofu with Chinese red soup



        แต่ก่อน จะทำเมนูน้ำแดงครั้งนึง ก้ต้องเตรียมทั้งส่วนประกอบต่างๆทั้งซอสผัด ทั้งแป้งละลายน้ำเพื่อเพิ่มความข้นเหนียว โอ๊ย หลายสิ่งเกิน แต่วันนี้เรามีนวัตกรรมใหม่มานำเสนอ ม่ายช่าย 55+ จริงๆคือตัวช่วยค่ะ เป็นผงทำน้ำแดงสำเร็จรูปของรสดีนั่นเอง เห็นนอนอยู่ในตู้เย็นมานมนาน แต่ไม่เคยแตะเลย พอวันที่เราขี้เกียจ บวกกับหมดมุขทำกับข้าวด้วย ก็เลยหยิบมาใช้ดู เคยได้ยินคนพูดกันบ้างว่าสะดวกและอร่อย อ่ะนะ จัดไป ผลคือ สะดวกและอร่อยจริงค่ะ แต่ว่า ไอ้ข้างหลังซองที่ระบุอัตราส่วนน้ำ ทำไมไม่ได้มาตรฐานชั่งตวงวัด แบบที่เข้าใจไม่ต้องสงสัยล่ะ ดันบอกว่าน้ำ 2 ถ้วยกาแฟ กรรม--* ถ้วยกาแฟที่บ้านมีตั้ง 2 ไซค์แหนะ แล้ว2ถ้วยเนี่ยเต็มมั๊ย อะไรยังไง เหอๆ สุดท้ายก็กะๆเอาค่ะ ยังดูเยอะไปด้วยซ้ำ 



 ส่วนประกอบ


เต้าหู้ไข่ 1-2 หลอด
หมูสับ 100 กรัม
เห็ดหอม 3 ดอกใหญ่(5-6ดอกเล็กๆ)
(Optional : แครอท,หอมใหญ่,พริกขี้หนู/พริกชี้ฟ้าสีแดง)
ผงทำน้ำแดง 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ถ้วยกาแฟ 
พริกไทยนิดหน่อย


      แช่เห็ดหอมในน้ำสะอาดจนนิ่ม แล้วหั่นเป็นชิ้นๆหนาบางตามชอบ ถ้ามีออพชั่นแบบแขก็จัดการล้างและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆลูกเต๋า ส่วนพริกก็หั่นแฉลบๆค่ะ



     หั่นครึ่งของเต้าหู้ไข่ แล้วบีบออกมาจากหลอดพลาสติก ตัดการหั่นแต่ละท่อนเป็น 3 ส่วน คลุกแป้งสาลีหรือแป้งข้าวโพดบางๆ (จริงๆควรมีจานแป้งแยกต่างหากจะสะดวกกว่า)-ตรงนี้ใครจะทำแบบใส่เต้าหู้ลงไปทีหลังโดยไม่คลุกแป้งก็ได้ค่ะ ตามชอบเลย

     นำลงทอดในน้ำมันไฟกลางจนเหลืองสวยดี อย่าพลิกกลับบ่อยและทอดทีละน้อยๆจะกลับง่ายกว่าไม่เละไม่อมน้ำมันค่ะ เสร็จแล้วพักไว้ก่อน




     ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ พอน้ำมันร้อน นำทุกอย่างโยนโครมลงกระทะ ผัดๆให้หมูสุกดี ใช้ตะหลิวบี้ๆอย่าให้หมูเป็นก้อนด้วยค่ะ แล้วเทน้ำลงไปเลย พอน้ำร้อนแต่ไม่ต้องรอให้เดือด ก็เทผงน้ำแดงลงไป แล้วรีบคนๆให้กระจายไม่เป็นก้อนๆ ทิ้งให้เดือดทั่ว ปิดไฟ ตักราดบนเต้าหู้ โรยพริกไทย ก็หม่ำๆได้เลย


ภาพมืดๆเบลอๆตามสไตล์ครัวบ้านๆ ฮ่าๆ


read more»
0 comments

เค้กฟักทอง : Pumpkin cake

เค้กฟักทอง
Pumpkin cake


        กลับมาอัพบล๊อกเค้กอีกแล้วค่า เป็นของดองตามเคย สังเกตโลโก้ในรูปได้ เอิ๊กๆ ครั้งนี้เป็นเค้กผักพื้นๆไทยๆอีกตามเคย มีในตู้เย็นไม่ต้องเสาะหาลงทุน อิอิ เป็นเค้กฟักทองค่ะ หน้าตาตลกแต่อร่อยนะขอบอก ถ้าใครชอบความหวานนุ่มลิ้นของฟักทองแนะนำให้ลองค่ะ ยิ่งมีเตาอบดีๆนะ จะน่ากินกว่าที่แขทำแน่ๆ เนื้อเค้กนุ่มแต่ค่อนข้างฉ่ำ หวานจากฟักทอง อร่อยถูกปากคุณยายสุดๆค่ะ ชมแล้วชมอีก แบ่งไปใส่บาตรด้วย แต่เค้กตัวนี้ทิ้งข้ามคืนหน้าจะแฉะนะคะ อบน้อยๆทานใน 1 วันจะดีที่สุด 



ส่วนประกอบ

ส่วนที่ 1

แป้งเค้ก 150 กรัม
น้ำตาลทราย 90 กรัม (ใส่ 80 กรัมค่ะ)
ผงฟู 1 ช้อนชา
กะทิ  75 กรัม(สามารถเปลี่ยนเป็นนมสดในปริมาณเท่ากันได้ค่ะ ลองแล้วไม่แตกต่างแต่เบากว่านิดหน่อย)
ไข่แดง 5 ฟอง(เบอร์ 2)
น้ำมันทานตะวัน 1/4 ถ้วยตวง
ฟักทองสุกบดละเอียด ¼ ถ้วยตวง(ใส่ไปเกือบ 1/2 ถ้วยแหนะ)
*เพิ่มกลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชาค่ะ
ส่วนที่ 2

ไข่ขาว 5 ฟอง
ครีมออฟทาทาร์ ครึ่งช้อนชา
น้ำตาลทราย 75 กรัม

      ขออธิบายตามที่ทำนะคะ เริ่มจากวอร์มเตาไว้ที่ 180 C ค่ะ (ตรงนี้ต้นฉบับไม่ได้บอกไว้)
และร่อนแป้ง + ผงฟู รอไว้


       ตีไข่แดงในอ่างผสมให้พอแตกตัว เติมน้ำมัน กะทิ ลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายส่วนที่หนึ่ง ตีผสมให้เข้ากันพักไว้ ไม่ต้องตีนานนะคะเดี๋ยวเหนียวเกินไป


        เทไข่ขาวลงอ่างผสมอีกใบที่สะอาดไม่มีคราบไขมันใดๆทั้งสิ้น ตีให้เป็นฟองหยาบๆ แล้วเติม ครีมออฟทาร์ทาลงไป ตีจนเป็นฟองละเอียดฟูเบา แบ่งน้ำตาลใส่ 3 รอบ ตีจนน้ำตาลละลายและไข่ขาวตั้งยอดอ่อน ในรูปยังไม่ได้ที่นะคะ ต้องตีต่ออีก (แอบเมื่อยเพราะใช้ตะกร้อมมือและไข่เก่า)


           หันกลับมาที่ไข่แดงค่ะ เอาฟักทองบดใส่ลงไป ตีด้วยตะกร้อให้กระจายทั่วๆดี แบ่งไข่ขาวลงตะล่อมในส่วนของไข่แดงเบาๆ 3 รอบจนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ทยอยเติมแป้งที่ร่อนกับของแห้งอื่น(ร่อน 2 รอบนะคะ) แล้วผสมจนหมดผงแป้ง ตักใส่พิมพ์ ตรงนี้ให้ตักเกือบเต็มเลยนะคะเพราะขนมไม่ฟูสูงเท่าไร นัก ส่งเข้าอบ15-20นาทีแล้วแต่เตาค่ะ ให้สังเกตว่าหน้าขนมอยู่ตัว ก็เปิดเตาเอาฟักทองต้มสุกที่กดเป็นรูปหัวใจแต่งบนชิ้นเค้ก แล้วอบต่อจนสุกดี 


 ดูเนื้อขนมซะก่อน นุ่มนิ่มหวานและหอมมาก
มีเนื้อฟักทองแทรกในเค้กด้วยแหละ


ลาไปด้วยภาพหมู่จานนี้ ตลกดีเนอะ ฮ่าๆ ไปล่ะค่ะ ^^

read more»
0 comments

ผัดพริกแกงไก่นมสด

ผัดพริกแกงไก่นมสด


        อืม จะบอกว่ายังไงดีล่ะค่ะ อิอิ มีเพื่อนถามหลายคนเลยว่า ทำไมตอนนี้อัพบล๊อกน้อยลงล่ะ ก็แหม ช่วงแรกมันห่ออ่ะค่ะ อีกทั้งทำไว้เยอะมากก็เลยรีบๆอัพ แล้วพอมีเมนูใหม่ๆก็ดองของเก่าอีก แต่ช่วงนี้ไม่ว่างเลย ตั้งใจว่าอย่างน้อยเดือนนึงต้องมีอย่างน้อย 1 บล๊อก (เยอะไปมั๊ย ฮ่าๆ) แล้วถ้าหมดมุขจะเอาของเก่ามาเล่าใหม่ อิอิ ว่าไปนั่น  แล้วที่โดนถามหรือแซวอีกเรื่องหลักๆคือ ทำไมแกมีฉากอยู่ที่เดียว แล้วต้องถ่ายเอียงๆด้วย เอิ๊กๆ 
        อ้อ นึกขึ้นได้ค่ะ มีน้องที่สนิทคนนึง เดิมไม่ชอบทำกับข้าวหรอกค่ะ แล้วมาลองทำตามแขดู แล้วบอกว่า ของตัวเองออกมาเค็มไป ไอ้เราก็ต้องรีบออกตัวเลยว่า สูตรเราไม่ใช่สูตรที่ดีที่สุด แล้วอาหารคาว ควรชิมเสมอๆให้ถูกปากคนทานนะ พอคุยไปคุยมา น้องบอกว่า เห็นพี่ใช้ช้อนกาแฟตวงเกลือ ก็เลยทำบ้าง แต่ช้อนน้องเป็นแบบช้อนเซรามิกลายการ์ตูน ไอ้เราก็ร้องอ๋อ บอกว่าช้อนแบบนั้นมันจะลึกกว่า ถ้าเคยเห็นรูปที่ถ่ายตอนใส่เกลือในอาหารจะเห็นว่าช้อนแขจะค่อนข้างแบนและสั่นทีเดียว ให้ตวงน้อยกว่าที่เคยทำนะ คือว่าเวลาแขทำกับข้าวเนี่ย น้อยครั้งค่ะที่จะชั่งตวงเป๊ะๆ อาศัยว่าคุ้นตากับปริมาณต่างๆไง อย่างเกลือเนี่ย ที่ชอบใช้เพราะว่านอกจากให้ความเค็มแล้ว กับอาหารหลายๆอย่างมันช่วยดึงรสชาติ ดึงความหวาน ดับคาวได้ดี ใส่ผักผักก็สีสวย ดีกว่าใช้น้ำปลาหรือซีอิ้วล้วนๆ อย่างการทำแกงจืด ถ้าใช้เกลือช่วย น้ำแกงจะใสและกลิ่นน่าทานกว่าใส่เฉพาะน้ำปลาค่ะ แล้วเวลาตวงจะตวงหลวมๆไม่อัด น้อยดีกว่ามาก less is more  มากแล้วแก้ยาก อีกอย่างที่สำคัญที่สุดที่น้องพลาดคือ ชนิดของเกลือนั่นแหละ แขใช้เกลือป่นหยาบผสมไอโอดีนค่ะ แต่น้องใช้เกลือป่นละเอียดผสมไอโอดีน ความเค็มต่างกันมากเลยนะ แล้วของละเอียดเวลาเราตวงมามันจะจับตัวกันมากกว่าตาเรามองด้วย สรุปง่ายๆว่า ให้ตักมาแล้วเคาะออกจากช้อนก่อนตักใหม่ หรือเอาช้อนซุยๆเกลือก่อนตัก วิธีนี้ช่วยได้ค่ะ แล้วเกลือละเอียดพวกปรุงทิพย์เหล่านี้ ต้องใช้น้อยกว่าเกลือทั่วไปเกือบ 1/2 ส่วนเลย 
ว่าแล้วก็บอกให้น้องลองกลับไปทำดูอีก ผลออกมาดีค่ะ คือไม่เค็มแล้ว ก็ดีใจกับน้องด้วย ที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่ว่าเก่งอะไรนะค่ะ อาศัยพลาดมาเยอะ ก็จำๆมา อ่านมาบ้าง และประสบการณ์ฺค่ะ ที่รู้ก็บอกกัน ที่ไม่รู้ก็ยอมรับว่าไม่รู้จริงๆ


         ที่เขียนซะยาวข้างบนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับจานนี้เลยให้ตาย เอิ๊กๆ เอาเป็นว่าจานนี้เป็นการกำจัดของเหลือในตู้เย็นค่ะ ผัดออกมาคล้ายผัดพริกแกงนั่นแหละ แต่เราเพิ่มนมสดไปด้วย


ส่วนประกอบ

เนื้อไก่ส่วนที่ชอบ (ใช่สันในค่ะ) 3-4 ชิ้น 200 กรัม
พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ
นมสด/นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 2-3 เม็ด
ใบมะกรูด 3-5 ใบ
เกลือ/น้ำปลา/น้ำตาลทราย


     ล้างไก่แล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ หมักด้วยซีอิ้วขาว1ช้อนชา พักไว้10นาที ระหว่างนี้ก็หั่นพริก ฉีกใบมะกรูดรอไว้ค่ะ
      ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันไป 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ผัดพริกแกงให้กระจายและหอมดี เติมนมสดลงไป ผัดให้เข้ากัน รอให้เดือดที่ขอบๆ  เบาเป็นไฟกลาง ใส่ไก่ลงผัด เติมเกลือป่น 1/4 ช้อนชาหรือน้อยกว่า ขึ้นกับความเค็มของพริกแกงที่ใช้นะคะ พอไก่สุก เบาไฟ ปรุงรส แล้วชิมค่ะ อย่าให้เค็มโดดมากเด็ดขาด เพราะพอร้อนน้อยลงจะยิ่งเค็มค่ะ อ่อนเค็มเรายังสามารถราดน้ำปลาเพิ่มได้ตอนทานอีกนะคะ ส่วนน้ำตาลแค่ตัดรสให้กลมกล่อมขึ้นเท่านั้นนะคะ ไม่ได้เน้นว่าต้องออกหวาน ได้แล้วเร่งไฟให้ไก่ดูดรสชาติเข้าไป ใส่พริกและใบมะกรูด ผัดเบาๆอีก 3 -4 ที ปิดไฟ ไม่ต้องผัดนานหรอกค่ะ เดี๋ยวสีใบมะกรูดจะคล้ำไม่น่ากิน ตักใส่จานพร้อมจะทานกับข้าวสวยร้อนๆแล้วค่ะ




read more»
0 comments

พะแนงหมู

พะแนงหมู
Pork in ground peanut-coconut cream curry

     
          พะแนงหมูจานแรกในชีวิตค่ะที่ลงมือทำเอง อิอิ ปกติชอบทานนะคะแต่ไม่เคยทำ แล้วพอทำเองก็แอบมั่วนิดหน่อย ออกมาพอใช้ได้ เป็นแบบน้ำขลุกขลิกไม่ได้เยอะแยะอะไรนะคะ  คิดว่ายังต้องปรับปรุง  และหลังจากลงบล๊อกไปวันนึง คุณแม่มาอ่าน ร้อง ว๊าย ทำไมไม่ทำให้เหมือนที่เขาขายก่อนค่อยเอาลงล่ะลูก ไม่ดีๆ แล้วก็เดินจากไป รุ่งขึ้นมาเลยค่า ปลุกมาบอกว่า นี่ๆ แม่ทำพะแนงใหม่แล้ว ถ่ายรูปเอาไปลงใหม่เลยนะ --* โอ้ว แม่ใครเนี่ย เอิ๊กๆ ก็เลยต้องเอามาลงค่ะ วิธีทำไม่ต่างกันค่ะ ถามมาแล้ว แต่ของคุณแม่จะใส่น้ำมากกว่า และใส่มะเขือพวงด้วย และไม่ได้ทำบางขั้นตอน(เดี๋ยวจะบอกไว้ในวิธีทำนะคะ) ที่สำคัญ ของคุณแม่อร่อยกว่า อิอิ  จานรูปบนสุดก็ฝีมือคุณแม่ค่ะ
ส่วนจานนี้ฝีมือรุ่นลูก (ทั้งหน้าตาและรสชาติ ฮ่าๆ)

           



 ส่วนประกอบ
เนื้อสันในหมู 350 กรัม
พริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ
กะทิ 1 กล่อง (250 มล.)
ใบมะกรูดซอย 4-5 ใบ
พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด
เกลือ/น้ำปลา/น้ำตาลมะพร้าว


     ก่อนอื่นต้องบอกว่าส่วนผสมทั้งหมดเนี่ย กะประมาณเอาค่ะ ไม่ได้เป๊ะนัก ทำปริมาณตามที่ทานค่ะ
 ล้างเนื้อหมูแล้วนำมาหั่นบางๆไว้ ใบมะกรูดก็ล้างให้สะอาด ฉีกก้านทิ้งไปแล้วซอยๆเป็นเส้นเล็กๆบางๆ พริกชี้ฟ้านำมาหั่นเฉียงๆ


       ขั้นตอนนี้ข้ามไปได้นะคะ(คุณแม่็ไม่ได้ทำค่ะ) ที่ทำเพราะว่ามีกะทิเก่าเหลืออยู่เกือบครึ่งกล่อง เสียดายไม่อยากทิ้งแต่ก็ไม่อยากนำมาผัดโดยตรง เลยตั้งกระทะ ใส่กะทิ พอเดือดก็เอาหมูลงไปรวนกะทิให้สุกค่ะ เติมเกลือปลายช้อนชา ได้แล้วตักขึ้นเฉพาะเนื้อหมู ไม่เอากะทิ ผลจากการทำ เนือหมูนุ่มดีค่ะ หวานกะทินิดๆ แต่อย่างที่บอกว่าข้ามได้ ส่วนใครอยากให้เนื้อหมูมีรสชาติ แนะนำให้หมักกับน้ำปลานิดหน่อย ไว้ 10 นาทีก่อนนำมาปรุงนะคะ


         มาลงมือทำกันจริงๆแล้วค่า ตั้งกระทะสะอาดๆ เทกะทิลงไปหมดกล่องเลย พอกะทิเดือดทั่วๆ เบาไฟเป็นไฟกลางเพราะเราไม่ต้องการให้แตกมัน ใส่พริกแกงพะแนงลงไปผัด ยีๆให้กระจายเข้ากับกะทิ รอให้เดือดอีกที ใส่หมูลงผัด พอหมูสุกถึงปรุงงรสค่ะ แต่อย่างที่ทำไว้ตอนต้น คือหมูของเราสุกแล้ว เลยข้ามขั้นเป็นปรุงรสก่อนด้วยน้ำปลา กับน้ำตาลมะพร้าว ใส่ทีละนิดแล้วชิมค่ะ น่าจะประมาณ 1: 1 ได้(คุณแม่ก็ใส่ประมาณนี้ แต่อร่อยกว่าง่ะ) อย่าให้หวานนำเด็ดขาด พอได้รสชาติที่ถูกใจ ก็ใส่หมูรวนกะทิของเราลงไป เคล้าให้เข้ากับซอสพะแนง เร่งไฟให้เดือดปุดๆ ให้รสชาติเข้าเนื้อหมู สัก 2 นาที(ระวังแห้งนะคะ) ก่อนโรยใบมะกรูดซอยลงไป ตามด้วยพริก ผัดๆคลุกๆแล้วปิดไฟ พร้อมรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆแล้วค่ะ (ถ้าชอบน้ำเยอะๆก็เติมน้ำสะอาด หรือ หางกะทิลงไปเลย คุณแม่ใช้น้ำค่ะ)



พะแนงหมู อู๊ดๆ


แม่บอกเอาลงหลายๆรูป ท่านแม่สั่งค่า ^^

     
read more»
0 comments

ผัดถั่วงอก Version 2 : Bean spout stir-fried 2


ผัดถั่วงอก Version 2 
Bean spout stir-fried 2


    เอาอาหารจานผัดกับครัวมืดๆมาฝากอีกแล้วค่ะ เคยลงบล๊อกไปรอบนึงแล้วล่ะค่ะผัดถั่วงอกเนี่ย แต่ก็อยากลงอีก เอิ๊กๆ เวลาทำก๊วยเตี๊ยวทานเองกันที่บ้านทีไร จะมีถั่วงอกเหลือมาให้ผัดทู๊กที วันนี้ผัดกับหมูยอเห็ดหอมค่ะ อยากบอกว่าเข้ากันใช่เล่นนะคะ เพราะหมูยอจะมีรสชาติของพริกไทยด้วย พอทานกับถั่วงอก อืม อร่อยค่ะ แล้วเพิ่มสีสันด้วยแครอทอีกหน่อย ดูดีีาราคาขึ้นมาเลย ฮ่าๆ

ส่วนประกอบ

ถั่วงอก 200 กรัม
แครอทซอย 30 กรัม
หมูยอ 200 กรัม
ต้นหอม 1 ต้น
กระเทียมสับ/น้ำมันหอย/ซีอิ้วขาว


    เราก็ทำเหมือนเดิมแหละค่ะ ถ้าอยากให้ถั่วงอกกรอบ ให้เอาไปแช่น้ำแล้วเติมน้ำส้มสายชูลงไปสักนิดหน่อย แช่ไว้ 10 นาทีเปลี่ยนน้ำ เป็นอันว่าได้ถั่วงอกกรอบแน่ๆ ถ้ามีเปลือกก็เลือกออกด้วยค่ะ อยากเด็ดหางก็ไม่ว่ากัน
    ล้างปอกเปลือกแล้วซอยแครอทไว้ ต้นหอมก็ตัดโคนแล้วหั่นเป็นท่อนประมาณ 1 นิ้ว หมูยอก็หั่นตามชอบค่ะ สุดท้ายสับกระเทียมรอเลย


         ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป 2 ช้อนโต๊ะ พอร้อนใส่กระเทียมลงผัดให้หอมแต่ไม่ถึงกับเหลือง ใส่หมูยอ แครอทลงไป ผัดให้โดนน้ำมันทั่ว สรงถั่วงอกใส่ลงไปค่ะ เร่งไฟแรงๆ ผัดๆ แล้วเบาไฟ ปรุงรส ด้วยน้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว 1-2ช้อนโต๊ะ ขึ้นกับว่าชอบเค็มมากแค่ไหนค่า แล้วเร่งไฟอีกที ผัดให้ซอสเข้ากันกับถั่วงอกทั่ว ถ้าแห้งก็เติมน้ำเพิ่มนะคะ พอถั่วงอกเริ่มสลบ เทต้นหอมลงไป คลุก 2-3 ที ปิดไฟ ตักใส่จานค่ะ

           อร่อยๆนะคะ^^
read more»
0 comments

ไข่ลูกเขยทรงเครื่อง : Eggs with tamarind sauce

ไข่ลูกเขยทรงเครื่อง
Eggs with tamarind sauce

      ขออัพบล๊อกด้วยเมนูเก่าๆครัวมืดๆที่ค้างอยู่บ้างนะคะ เจ้าไข่ลูกเขยเนี่ย แต่ก่อนกสงสัยในใจว่า มันเหมือนน้ำปลาหวานไหมนะ สงสัยแต่ไม่ยอมหาคำตอบ จนวันนึง หาสูตรทำไข่ลูกเขย อ่านไปอ่านมา เอ๊ะ เหมือนเวลาคุณแม่เราทำน้ำปลาหวานไว้ทานกับสะเดา หรือน้ำปลาหวานทานกับมะม่วงเลย ก็เลยไปถามคุณแม่ค่ะ ท่านก็หัวเราะ บอกว่าเหมือนกันแหละ แต่รสชาติจะต่างกันที่ว่าให้รสไหนนำเท่านั้นเอง เหอๆ ฉลาดขึ้นมาสักทีเนอะ
        ที่วันนี้เป็นไข่ลูกเขยทรงเครื่อง ซึ่งมันมีแค่หมูสับผัดน้ำมันที่มากกว่าไข่พะโล้ธรรมดาเท่านั้นเองล่ะค่ะ  ไม่ได้แตกต่างอะไรมากมาย รสชาติที่ทำ ส่วนตัวชอบหวานนำนิดๆ เปรี้ยวเค็มพอๆกัน ใครชอบทานรสไหน ปรุงตามใจเลยค่ะ มาดูวิธีทำกันเลย

ส่วนประกอบ

  • ไข่และของแต่งหน้า

ไข่ต้มแข็ง 3 ฟอง
หมูสับ 1 ช้อนโต๊ะพูน
หอมแดงซอยบาง 2 หัวใหญ่
พริกแห้งทอด 3-6 เม็ด
ผักชีแต่งหน้า

  • น้ำราด(ทำแค่ 1/2 สูตรพอนะคะสำหรับไข่ 3 ฟอง)

น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะพูน (หรือประมาณ 110 กรัม)
น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วย
น้ำปลา/ซีอิ้วขาว 1/3 ถ้วย


    ผสมทั้ง 3 อย่างเข้าด้วยกัน แล้วเอาลงไปเคี่ยวในกระทะค่ะ จะเป็นกระทะสะอาดๆหรือกระทะที่เราทอดทุกอย่างแล้วเทน้ำมันออกให้หมดก็ได้ เคี่ยวไฟกลางหมั่นคนจนน้ำตาลละลายและดูเข้มข้นขึ้นนิดนึง ชิมให้รสที่ชอบ วิธีเช๊คว่าซอสได้ที่หรือยัง คือลองใช้ช้อนตักดู ถ้ามีซอสเคลือบช้อนบางๆไม่ใสจนไหลลงเหมือนเราเทน้ำ และออกหนืดนิดๆก็ใช้ได้แล้วค่ะ ถ้าข้นไปก็แค่เติมน้ำสะอาดลงไปนิดหน่อย พอได้ที่แล้วเทซอสลงไว้ในถ้วยพักให้เย็น เราไปเตรียมส่วนอื่นสำหรับจานนี้ต่อกัน


        เริ่มจากนำไข่มาจิ้มด้วยส้อม หรือ มีดปลายแหลมให้เป็นรูสัก1-2รูก่อนค่ะ เวลานำไปทดจะได้ไม่ระเบิดใส่หน้า(ทำให้หน้าแหกได้ อิอิ) แล้วก็จัดการทอดไฟกลางให้เหลืองสวยทุกด้าน นำขึ้นจากระทะให้สะเด็ดน้ำมัน พออุ่นๆก็จัดการผ่าครึ่งซะ วันนี้ไม่ได้ต้มไข่ใหม่ค่ะ ใช้ไข่ต้มยางมะตูมที่ค้างตู้เย็นแทน ถ้าใครชอบไข่นิ่มก็เลียนแบบได้นะคะ แต่หั่นแล้วไม่สวยเท่าไข่ต้มแข็งนะ

         น้ำมันทอดไข่ที่เหลือ ก็เอาพริกลงไปทอดให้กล่นฉุนๆ แป๊บเดียวเองนะคะ อย่าเพลิน จะไหม้เอา เสร็จแล้วใครจะใช้น้ำมันนี้เจียวหอมก็ยังได้ แต่ขอเปลี่ยนค่ะ อยากใช้ำมันเจียวหอมไปผัดหมูด้วย ไม่อยากให้กลิ่นพริกมาตี อ้อ จำนวนพริกขึ้นกับว่าทานเผ็ดไหมนะคะ อย่างที่แขทำใช้พริก 1 เม็ดต่อไข่ 1/2 ฟองค่ะ ใครไม่ทานเผ็ด ลดเหลือ 1/2 เม็ด หรือ จะทอดแล้วมาั่นเป็นท่อนๆก็ได้ค่ะ


            หลังจากเทน้ำมันเดิมออกแล้ว ก็เทน้ำมันใหม่ลงกระทะสัก 1/2 ถ้วยตวง แล้วเอาหอมแดงซอยลงไปเจียว จะนานหน่อยค่ะกว่าจะเหลืองสวย หมั่นคนๆไม่ให้กระจุกกันและไม่ให้ริมกระทะไหม้ไปก่อน เวลาขึ้นกับปริมาณและความหนาของหอมที่เราซอย พอเหลืองสวยดี ก็ตักมาพักให้สะเด็ดน้ำมันได้เลย แล้วเทน้ำมันในกระทะออกเหลือติดกระทะนิดเดียวไม่ถึง 1/2 ช้อนโต๊ะ เราไม่ต้องการให้มันจากน้ำมันอ่ะค่ะ  เอาหมูสับลงไปรวนในกระทะให้สุก เติมซีอิ้วขาวไป 1 ช้อนชา ผัดๆให้เข้ากันดี ปิดไฟ ตักหมูราดบนไข่ แล้วราดซอสลงไปชุ่มๆ วางด้วยหอมซอย พริกแห้งทอดและผักชีค่ะ เสร็จแล้ว ทานได้เลย



read more»
0 comments

Mini Pizza Breads 
ขนมปังมินิพิซซ่า 


       ทานขนมปังสักชิ้นไหมค่ะ วันนี้ทำพิซซ่าจิ๋วค่ะ เป็นการทำสนองความอยากของตัวเองล้วนๆเลย ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้อยากกินโน่นนี่เยอะมาก พออยากก็ทำ พอทำก็เลยกินเยอะ เยอะจริงๆ น้ำหนักจะเด้งก็คราวนี้แหละ ใกล้จะเป็นช้างอวกาศรอมร่อ เอิ๊กๆ แต่ของที่ทำแล้วถูกใจตัวเองแถมทำเองกับมือ มันกินหยุดไม่ได้จริงๆเนอะ 



        วันนี้ก่อนทำไม่ได้เช็คทั้งวัตถุดิบและสภาพอากาศค่ะ แป้งขนมปังหมด ฝนเหมือนจะตกอีก แต่ส่วนตัวเรื่องกินนี่ไม่มีอุปสรรคอ่ะ อยากทำด้วย เพราะนวดขนมปังทุกสัปดาห์อยู่แล้วก็เลยลุยค่ะ ใช้แป้งเค้กเอนกประสงค์แทน ซึ่งจริงๆมันใช้ได้นั่นแหละ แต่เราไม่ชอบขนมปังนุ่มนิ่มไงค่ะ รักขนมปังเหนียวนุ่มมากกว่า แถมแป้งเค้กกับการนวดมือก็ยากซะเหลือเกิน กลูเตนต่ำทำให้ไวต่อปริมาณของเหลวมากกว่า ติดอ่างติดมือหนุบหนับไปหมด นวดไปก็ต้องเติมแป้งเพิ่มเติมน้ำมันเพิ่มตามที่เคยทำ เล่นเอาจากสูตรเล็กๆก็ขยายมาเยอะอยู่ แต่พอนวดเสร็จปรากฏว่าแดดออกค่ะ อากาศเป็นใจซะอย่างนั้น อิอิเอาค่ะ อยากกินก็มาลุยไปพร้อมกันเลย ตัวขนมปังเลือกสูตรที่ชอบมาใช้ได้เลยนะคะ 

ส่วนประกอบ 

*Breads dough: Adapted from Easy dinner roll 
แป้งเอนกประสงค์ 2 1/2 ถ้วยตวง 

น้ำอุ่น 3/4 ถ้วยตวง 

ไข่ไก่ 1 ฟอง (เบอร์ 2 หรือ เบอร์ 1) 

น้ำตาลทราย 4-5 ข้อนโต๊ะ 

น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ 

เกลือป่น 1 ข้อนชา 

*เพิ่มนมผงและกลิ่นวานิลลาอย่างละ 1 1/2 ช้อนชาค่ะ ที่ใส่เพราะตอนนวดอากาศชื้นมาก กลัวกลิ่นยีสต์จะแรงเกินไป 

*Pizza topping 

ไส้กรอกชีส/ปูอัด/ mozzarella cheese/mayonnaise /ออริกาโน 

(เปลี่ยนหน้าได้ตามที่ชอบค่ะ เช่น แฮม/เบคอน/ซาลามี่/ทูน่า/ถั่วลันเตา/ ข้าวโพดหวาน/มะเขือเทศ/หอมใหญ่/เห็ดฯ) 


           ใครมีตัวช่วยก็ใส่ตัวช่วยให้นวดเลยค่ะ ถ้าไม่มีก็ตวงของแห้งใส่อ่างผสม คนๆให้เข้ากัน เทของเหลวทุกอย่างลงไปและนวดจนกว่าจะเนียน ไม่ติดมือ จะได้โดเหนียวนุ่ม ผิวมัน ก็รวบเป็นก้อนกลมให้ผิวตึงๆวางพักในอ่างทาไขมัน ปิดด้วยพลาสติกวางในที่อุ่นให้ขึ้น 2 เท่าประมาณ 1 ชั่วโมง เช๊คด้วยการใช้นิ้มจิ้มลงไป ถ้าไม่เด้งคืนตามนิ้วเราขึ้นมาก็ชกลมออกเบาๆแล้วแบ่งเป็นก้อนเล็กๆเท่าๆกัน ที่ทำแบ่งน้ำหนักประมาณ 25-30 กรัมค่ะ พักไว้ก่อน 10 นาทีให้แป้งคลายตัว ไม่งั้นเวลาคลึงให้แบน แป้งจะหดกลับ 


           นำแป้งมาคลึงด้วย rolling pin ให้เป็นแผ่นกลมแบนๆ กะเอาค่ะแต่อย่าหนาเกิน 1/3 ซม. นะคะ เพราะเดี๋ยวแป้งขึ้นอีก จะกลายเป็นพิซซ่าแป้งหนาเว่อร์ไป ทาด้านในเว้นขอบๆไว้ด้วยซอสพิซซ่า(วันนี้ใช้ซอสสปาเกตตี้สำเร็จรูปค่ะ นำมาเติมน้ำตาลนิดหน่อย เกลือหยิบนิ้ว เพราะซอสค่อนข้างเปรี้ยว) แล้ววาง topping ลงไป ใครขอบขนมปังสีเข้มก็ทาขอบด้วยไข่ผสมน้ำ แล้วพักให้แป้งขึ้นอีกแค่ 15-20 นาที เพื่อไม่ให้ขนมปังขึ้นจนเสียรูปทรงค่ะ ส่งเข้าอบ อ้อ วอร์มเตาที่ 180 c อบนาน 18-20 นาทีแล้วแต่เตานะคะ สังเกตดูว่าขอบขนมปังสีสวยพอใจก็นำออกมาพักให้อุ่นๆ บีบมายองเนสลงไป ก็จะได้ขนมปังหน้าพิซซ่าแบบญี่ปุ่น หรือจะให้ได้กลิ่นอิตาลีแท้ๆ ก็โรยชีสก่อนเข้าอบค่ะ สุดท้ายโรยออริกาโนลงไปด้านบน เป็นอันว่าขนมปังของเราก็พร้อมไปนอนเล่นในกระเพาะแล้วล่ะ 

* เนื่องจากเตาที่ใช้ ปรับความร้อนไม่ได้นะคะ จึงไม่ได้บีบมายองเนสก่อนเข้าอบ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันละลายค่ะ แต่เตาใครปรับไฟได้ ก็บีบไปได้เลยตั้งแต่ต้น อบแล้วจะใสขึ้น น่ากินมากเลย 

*สามารเปลี่ยนมายองเนสเป็นสลัดครีมแทนได้ค่ะ สลัดครีมจะออกหวานนิดๆ ถ้ามายองเนสก็จะอมเปรี้ยวมากกว่า แนะนำยี่ห้อคิวพีค่ะ ข้นอร่อยกำลังดี กลิ่นไม่แรงด้วย (อยากได้ค่าโฆษณาเนอะ 555) 


ได้แล้วก็แพ๊คไปแจกจ่ายตามธรรมเนียม อิอิ 


       ชิ้นนี้กินเอง อั้มมมมม อร่อยยยย(ขนมปังแต่งหน้าแบบนี้ เก็บข้ามวันจะแฉะขึ้น ให้อุ่นร้อนก็จะอร่อยเหมือนอบใหม่ๆแล้วค่ะ
read more»
0 comments
.
Morningglory Khae. ขับเคลื่อนโดย Blogger.