แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารไทย แสดงบทความทั้งหมด

แกงเลียงกุ้งสด

แกงเลียงกุ้งสด


     เอาเมนูเรียกน้ำนมมาฝากค่ะ เป็นฝีมือคุณแม่ วันนี้เราจะไปเยี่นมลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งคลอดค่ะ ของเยี่ยมเตรียมไว้ละแต่แม่ขอทำของกินไปด้วย
แขมีหน้าที่หั่นและตำเครื่องแกงค่ะ กสรปรุงรสต้องให้แม่ทำ เดี๋ยวรสเพี้ยน น้ำนมพี่ที่ให้หลานดูดจะเพี้ยนตาม   
ส่วนประกอบ
(1 หม้อ)

บวบ 3 ผล
น้ำเต้า 2 ผล
ฟักทอง 1/3 ผลขนาดใหญ่
กุ้งสดตามชอบ
ใบแมงลัก 1 ถ้วย
น้ำปลา/พริกไทยป่น/น้ำตาล/ซุปผงรสหมู
กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะหย่อน
หอมแดง 4 หัว
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา


   ตำเครื่องแกงค่ะ ในรูปของยังไม่ครบนะคะ แม่เร่งก้เลยรีบถ่าย ตำหอมแดงกับเกลือปลายช้อนให้แหลกสักนิด ใส่พริกไทยลงตำจนละเอียดดีแล้วใส่กะปิค่ะ ใช้ไม่ชอบกลิ่นกะปิก็ลดปริมาณลง 
ตำจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเนียน ตักขึ้นมาพักไว้
 ปอกเปลือกและหั่นบวลเป็นท่อนๆแช่น้ำไว้ ปอกเปลือกฟักทองหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ฟักทองให้เลือกที่ลูกใหญ่เนื้อแน่นๆหวานๆนะคะ ถ้าให้ดีให้ซื้อที่แม่ค้าตัดแบ่งขายจะชัวร์ที่สุด ส่วนฟักทองลูกเล็กๆอันนั้นไม่เอาค่ะ 
ส่วนน้ำเต้า ปอกเปลือก ผ่าครึ่ง ควักเมล็ดออก ล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดเท่าๆกับฟักทอง  ใบแมงลักก็เด็ดแช่น้ำไว้ แกะกุ้งผ่าหลัง ทุกอย่างพร้อม ไปทำแกงเลียงกันค่ะ

ตั้งน้ำ 1 ลิตรครึ่ง (โดยประมาณ ลองกะให้พอดีกับปริมาณผักและเนื้อสัตว์ค่ะ) พอเดือด ใส่เครื่องแกงลงไปละลาย รอเดือดจัดๆ ใส่ฟักทองลงไปก่อน ตามด้วยเกลือ 1/2 ช้อนชา ช้อนฟองออก แล้วรอให้ฟักทองนิ่มเกือบสุก 

ตามด้วยน้ำเต้า พอน้ำเต้าใกล้สุก ใส่บวบลงไปค่ะ กดให้จมน้ำแกง พอผักสุกนิ่มดี เบาไฟ ชิมรสชาติ ปรุงเค็มด้วยเกลือหรือน้ำปลา ใส่ซุปผงลงไปให้กลมกล่อม ชิมให้ได้รสเค็ม เผ็ดจากพริกไทย(ถ้ายังไม่เผฺดเติมด้วยพริกไทยป่นค่ะ)
และหวานจากผัก พอได้รสที่ใช่แล้ว เร่งไฟ ใส่กุ้ง กดให้จมน้ำ กุ้งสุก ใส่ใบแมงลักค่ะ กดให้จมน้ำแป๊ปเดียวก็พอ ปิดไฟ รีบตักทานตออนร้อนๆค่ะ 
นอกจากตักไปเยี่ยมพี่สาวแล้ว ก็ตักแบ่งไปให้ยาย เหลือทานที่บ้านอีกถ้วย อร่อยกันถ้วนหน้า 
ขอให้อร่อยๆนะคะ



read more»
0 comments

สปาเกตตี้ขี้เมาทะเล

สปาเกตตี้ขี้เมาทะเล



  เมนูเส้นจากช่วงบ้าเส้น กินแต่เส้น ข้าวไม่แตะ อิอิ พอดีเป็นวันอาทิตย์ค่ะ ก็เลยยัดเยียดให้คุณแม่ทำเมนูเส้น (เป็นลูกที่น่ารักมว๊ากกก)
     ได้เมนูนี้มาค่ะ ทานกัน 3 บ้านเลย จริงๆจะทำผัดขี้เมาก็จะมีพริกไทยสดใช่ไหมค่ะ แต่ลืมซื้อ ฮ่าๆ ไม่เป็นไร เพราะปกติก็ไม่กินมัน ออกมาหน้าตาไม่งามแต่อร่อยมาก ฝีมือคุณแม่นี่นา 
ไม่มีสูตรตายตัวนะคะ อาศัยชิมเอา เพราะทำเยอะ 
  
ส่วนประกอบ

เส้นสปาเกตตี้
กุ้งสด
ปลาหมึกสด/ปลาหมึกแช่
หมูบดหยาบ
แครอท
พริกสด
กระเทียม
ใบกระเพรา
ผงปรุงรสรสหมู/ซีอิ้วขาว/ซอสปรุงรสฝาเขียว/น้ำตาล/น้ำมันหอย


   อย่างแรกก็ต้มเส้นค่ะ ตั้งน้ำเยอะๆให้ใส่เกลือ1 ช้อนโต๊ะ แล้วใส่เส้น ต้มสัก 12 นาทีแล้วเช๊คดู เอาให้ได้แบบอัลเดนเต้เหนียวนุ่มนะคะ แล้วเทลงกระชอนตาถี่ๆ ราดน้ำเย็นเยอะ ๆ พักไว้ค่ะ


   ระหว่างต้มเส้น ก็เตรียมเครื่องปรุงกัน แกะกุ้งไว้หาง ผ่าหลังชักเส้นดำจะได้สวยๆค่ะ วันนี้ใช้ปลาหมึกแช่ก็ล้างหลายๆรอบ แล้วบั้งเป็นตารางถี่ๆ จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
แครอทปอกเปลือกหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ เด็ดใบกระเพรา (ถ้ามีพริกไทยสดก็ล้างแล้วเด็ดครึ่งช่อรอไว้ค่ะ) สุดท้ายคือตำพริกกับกระเทียมเหมือนเวลาผัดกระเพรา สัดส่วนพริกขึ้นกับความเผ็ดนะคะ


    ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเยอะหน่อย ต่อ 1 จานประมาณเกือบ 3 ช้อนโต๊ะค่ะ รอน้ำมันร้อนจัดใส่พริกกระเทียมตำลงผัด ผัดจนหอม จามกันทั้งตำบลนะคะ ไม่จามมีแววไม่อร่อย(แม่บอก อิอิ)
แล้วใส่หมูสับ กุ้ง ปลาหมึกลงผัดเร็วๆ เติมน้ำลงไปนิดหน่อยสัก 1-2 ช้อนโต๊ะค่ะ แล้วเบาไฟปรุงรส ชิมให้ออกเค็ม เผ็ด อย่าติดหวานนะคะเพราะพอเริ่มเย็นจะเลี่ยน ได้รสชาติที่ชอบก็เร่งไฟให้เดือด ใส่เส้นลงคลุกเร็วจนทั่ว ใส่ใบกระเพราะ(และพริกไทยสด) ลงผัดพอสลบ
ปิดไฟ ตักใส่จานค่ะ
ได้มาอย่างเยอะ แต่หมดนะคะขอบอก
ตักแจกจ่าย

น่ากินไหมล่ะ จานนี้รีบๆตักมาไม่ได้แต่งนะคะ เพราะแม่ตีมือแล้ว แม่จะตักไปบ้านน้าๆ


อร่อยที่ซู๊ดดดดดด


ป้อนค่ะ








read more»
0 comments

แกงเขียวหวานไก่นมสด











read more»
0 comments

ฟักตุ๋นไก่และฟักตุ๋นบ๊วย

 ฟักตุ๋นไก่และฟักตุ๋นบ๊วย





   เมนุฟักวันนี้ เป็นฝีมือแขและคุณแม่ค่ะ  ชามแรกที่มีลงบล๊อกนี้ ทำเป็นมื้อเย็นค่ะ ส่วนฟักตุ๋นบ๊วยเป็นฝีมือคุณแม่ทำไว้เช้าเมื่อ 2 วันก่อน แต่เพราะฟักมันลูกใหญ่มาก (เน้นเสียงเป็น มว๊ากกก) เลยเหลือฟักมาทำมื้อนี้ด้วยนั่นเอง

    วิธีทำฟักตุ๋นบ๊วยก็เหมือนกับฟักตุ๋นไก่ที่ทำลงบล๊อกค่ะ และเหมือนกับฟักตุ๋นมะนาวดอง เพียงแต่เราใช้บ๊วยแทน บ๊วยนี่ป็นบ๊วยดองเค็มเม็ดๆพร้อมน้ำ ใส่ลงไปทั้งน้ำและเนื้อ ตุ๋นจนความเปรี้ยวออกมาเข้ากับน้ำซุป อร่อยมากเลย การใช้บ๊วย ข้อดี คือ ไม่เสี่ยงว่าจะขมเหมือนเวลาตุ๋นมะนาวดอง เพราะถ้าลูกมะนาวแตกจะขมทันที ใครสนใจก็ลองทำทานดูนะคะ อย่าลืมเเวะเล่าให้ฟังบ้างน้า
ส่วนประกอบ
ฟัก 1/2  ผลใหญ่( 400 กรัม)
เนื้อไก่(ส่วนที่ต้องการ)  400 กรัม
รากผักชี 3 ราก
กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ
พริกไทยเม็ด  1 ช้อนชา(ขาดเกินตามชอบ)
น้ำสะอาด  1 ลิตร
เกลือป่น/ซุปไก่ก้อน/น้ำปลา
    เนื้อไก่ ถ้าเป็นไก่ติดกระดูกและมีหนังจะดีมากเลยค่ะน้ำซุปจะเข้มข้น และมีมันนิดๆด้วย  ล้างเนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่ กะว่าพอตุ๋นไปแล้วชิ้นไก่ที่หดลงจะไม่เล็กเกินไปคะ
     ปอกเปลือกฟักให้หมด ผ่าครึ่ง ควักไส้ออกให้สะอาด ล้าง และนำมาหั่นเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว ถ้าชิ้นยาวไปก็แบ่งครึ่งค่ะ 
     รากผักชีเอามาบุบสักนิด ส่วนกระเทียมล้างและจะปอกเปลือกหรือไม่ก็ ได้ สุดท้ายบุบเม็ดพริกไทยรอไว้
       ตั้งน้ำสะอาด พอเดือด ใส่รากผักชี กระเทียมและพริกไทยเม็ดลงไป ตามด้วยซุปน รสไก่ 2 ก้อน เกลือป่น 1 ช้อนชาพูน  พอน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่ไก่ลงไป พอเดือด เบาไฟเป็นไฟกลาง ช้อนฟองออกเป็นระยะ ตุ๋นไก่สัก 15 นาที แล้วใส่ฟักที่เราหั่นลงไป  ตุ๋นไปจนไก่เปื่อย ฟักใสนิ่มทั้งชิ้น ชิมรสค่ะ ถ้ามีผักชีก็แบ่งมาสักนิดใส่ลงไปด้วยจะช่วยชูกลิ่นน้ำซุปให้หอมยั่วน้ำลายสุดๆ แล้วปิดไฟ พร้อมทานแล้วค่ะ




read more»
0 comments

ตีนไก่ต้มเค็ม และ มาม่าซอสต้มเค็ม

ตีนไก่ต้มเค็ม และ มาม่าซอสต้มเค็ม


         ภูมิใจนำเสนอค่ะจานนี้ กึ่งๆจานต่อยอดด้วย นั่นคือ ตีนไก่ต้มเค็มและบะหมี่ซอสต้มเค็ม อิอิ
ต้มคราวเดียวกินได้ 2 วัน แหนะ ซึ่งต้มเค็มนี่ของโปรดเลยค่ะ ต้มเปื่อยๆ กัดเข้าไปแล้วเคี้ยวหมด จะราดข้าวก็อร่อย จะราดบะหมี่ก็เข้าท่า 
           ตอนทำลำบากอยู่อย่างเดียวคือ ตอนทอดมันกระเด็นมากๆ กระโดดหลบเป็นกบกันเลย อีกเรื่องคือต้องใจเย็นๆ ตุ๋นต้มไปจนเปื่อยมาก เข้าเนื้อ แต่ผลลัพภ์ที่ได้เนี่ยเกินคำว่าคุ้มค่ามากๆค่ะ




ส่วนประกอบ
สำหรับต้มเค็ม 1 หม้อใหญ่

ตีนไก่ 1 กิโลกรัม
น้ำสะอาด 2 ลิตร
ผงพะโล้ 1 ซอง
โป๊ยกั๊ก 5-7 ดอก
อบเชยแท่ง 3-5 แท่ง
รากผักชี 5 ราก
กระเทียมกลีบเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลกรวดเล็กน้อย
ซีอิ้วขาว/ซอสปรุงรส/ผงปรุงรสรสไก่/พริกไทยเม็ด
น้ำมันสำหรับทอด
        เริ่มจากเอาตีนไก่มาตัดเล็บออกให้หมดค่ะ แล้วล้างให้สะอาดใส่ตะแกรงโปร่งๆให้สะเด็ดน้ำมาก เวลาทอดจะได้กระเด็นน้อยที่สุด จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเยอะๆ พอน้ำมันร้อนดี 
แบ่งตีนไก่ลงทอดจนหนังพองๆ ทอดทีละน้อยนะคะ ถ้ากระเด็นมากให้หาฝามาปิดกระทะไว้ช่วยได้เยอะค่ะ พอจะกลับก็เบาไฟอ่อนมากๆรอแป๊บนึง ค่อยเปิดฝา พอทอดหมดก็ตักออกมาให้สะเด็ดน้ำมัน
      ตั้งน้ำในหม้อใบโตๆ ไม่ต้องรอน้ำเดือด ใส่ตีนไก่ทอดลงไป ตามด้วยผงพะโล้ 1 ซอง โป๊ยกั๊กและอบเชย พอน้เดือด ช้อนมันออก เบาไฟกลาง เติมซีอิ้วขาวและผงปรุงรสลงไป ชิมดูค่ะ ให้เค็มกำลังดี จึงใส่น้ำตาลกราดลงไป อย่าให้หวานนำนะคะ เอากลมกล่อม ไม่มีน้ำตาลกรวดใช้น้ำตาลทรายได้ค่ะ 
แต่น้ำตาลกรวดจะหวานหอมนุ่มๆกว่า แล้วสุดท้ายใส่รากผักชี กระเทียมบุบและพริกไทยเม็ดบุบลงไป ปิดฝา ตุ๋นไปเรื่อยๆ 1-2 ชั่วโมงจนเปื่อยเข้าเนื้อดี ยิ่งนานยิ่งอร่อยค่ะ เน้าจะงวดไปเรื่อยๆ ลองชิมดูอย่าให้รสเข้มเกินไป สามารถเติมน้ำสะอาดเพิ่มได้ 
     รสชาติจริงๆ ควรเป็นเค็มนำหวานตามชื่อ แต่บางคนชอบให้ออกหวานหน่อยก็แล้วแต่ค่ะ 1 หม้อ อุ่นกินได้เรื่อยๆ เวลาเริ์ฟก็โรยผักชีเพิ่มสีสันสักนิด

ส่วนประกอบ
สำหรับมาม่าซอสต้มเค็ม 1 จาน

ตีนไก่ต้มเค็ม 2 ชิ้น
เส้นมาม่า 1 ซอง
แครอทลวก/เห็ดเข็มทองลวก/ผักกวางตุ้งไต้หวัน 1 ต้น


  ตักตีนไก่ต้มเค็มพร้อมน้ำซุบใส่กระทะ อุ่นพร้อมผักให้ผักชุ่มซอสค่ะ

 ระหว่างนี้ก็ลวกเส้นมาม่าใส่จานรอไว้ สุดท้ายก็แค่ตักทุกอย่งลงจาน ราดซอสให้ชุ่มเส้น พร้อมทานแล้วค่ะ


หน้าตาน่าทานอยู่นะ ครบคุณค่าทางสารอาหารนะเนี่ย
อร่อยอ่ะ ไม่ได้โกหกค่ะ อร่อยจริงๆ








read more»
0 comments

ผัดพริกแกงหมูสามชั้นผักบุ้ง

ผัดพริกแกงหมูสามชั้นผักบุ้ง


     ครั้งแรกกับเมนูนี้ค่ะ ปกติที่บ้านจะซื้อทานนะ เพราะแม่ไม่ค่อยซื้อผักบุ้งไทยติดบ้าน ถ้าจะทำจะเป็นถั่วฝักยาวแต่ก็นานมากๆจะทำสักที ครั้งนี้แม่เขียนโน๊ตไว้หน้าตู้เย็นบอกวิธีทำไว้ให้ค่ะ กลัวลูกมั่วทำแล้วกินไม่ได้ ฮ่า ๆ มารู้ทีหลังว่าผักบุ้งถูก กำที่เห็น 5 บาทเอง มิน่าเล่า 
ส่วนประกอบ

ผักบุ้งไทย 1 กำใหญ่
หมูสามชั้น 200 กรัม
พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะพูน
พริกชี้ฟ้า 5 เม็ด
ใบมะกรูด 5 ใบ
น้ำปลา/น้ำตาลทราย/เกลือป่น



     เริ่มจากล้างผักบุ้งแล้วตัดโคนทิ้งไป หั่นเป็นท่อนๆละ 1 นิ้วครึ่งขาดนิดหน่อย แช่น้ำเอาไว้



 ระหว่างนี้ก็ตั้งน้ำใส่เกลือให้เดือดจัด เอาผักบุ้งลงลวก 5-7 นาทีจนสลบนิ่ม เทลงกระชอนโปร่ง ราดน้ำเย็นเล็กน้อย พักให้สะเด็ดน้ำ


     หั่นหมูสามชั้นหนาบางตามชอบ แต่อย่าให้ช้นโตมากค่ะ หั่นพริกแฉลบๆ ฉีกใบมะกรูดรอไว้


ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชมากสักหน่อยค่ะ เราจะทอดหมูกัน พอน้ำมันร้อน ใส่หมูลงทอดจนเหลืองเข้มแต่ไม่ถึงกับกรอบค่ะ แล้วเทน้ำมันออกเหลือแค่พอผัดสัก 2 ช้อนโต๊ะก็พอแล้วเขี่ยหมูไว้ด้านข้างก่อน
ใส่พริกแกงลงผัดจนหอม เอาหมูลงผัดเข้ากับพริกแกง ใส่ผักบุ้งลวก ผัดจนเข้ากัน จนผักบุ้งสุกสลบลง เบาไฟ ปรุงรสให้เค็ม เผ็ด ติดหวานนิดหน่อย เร่งไฟใส่พริกและใบมะกรูดผัดพอใบมะกรูดเงาฉ่ำดี ปิดไฟ ตักใส่จาน


หน้าตาแบบนี้
ได้มาจานโตมั๊กๆๆเลย


  แม่ว่าอ่อนเค็มไปนิด แต่ไม่เป็นไร ราดน้ำปลาเพิ่มทีหลังได้
ลองทำทานดูนะคะ ชอบถั่วฝักยาวก็เปลี่ยนเป็นถั่วได้เลย ว๊ทำเหมือนกันเพียงแต่ไม่ต้องลวกถั่วก่อนเท่านั้นเอง



read more»
0 comments

ดอกไม้ทอด flower tempura


ดอกไม้ทอด flower tempura


    เคยทานดอกไม้กันไหมเอ่ย น่าจะเคยกันมาบ้างแล้วเนอะ วันนี้ก็เลยชวนมาทำทานที่บ้านกันค่ะ หาได้จากดอกไม้ในบ้านเรานี่แหละ ปลูกเองปลอดภัยที่สุด แขเคยอ่านบทความเกี่ยวกับการกินดอกไม้ของไทย
    ดอกไม้ที่เราสามารถนำมารับประทานได้ ที่คุ้นๆกันก็ดอกแค ดอกกล้วยหรือหัวปลีนั่นแหละ ดอกอัญชัน ดอกกระหล่ำ ขยับมาอีกนิดก็ดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้าสีชมพู ส่วนที่อาจไม่คุ้นสำหรับหลายคนก็เป็นดอกเล็บมือนาง ดอกลั่นทม


      ซึ่งข้อที่ควรระวังคือ ดอกไม้จะต้องไม่มียาฆ่าแมลง และดอกเข็มที่ทานได้นั้นทานได้ทุกสีเว้นเข็มขาวจะมีพิษ ดอกลั่นทมได้เฉพาะสีขาว อ้อ ในบทความบอกว่าดอกของต้นชมพู่มะเหมี่ยวก็ทานได้นะคะ ที่บ้านก็มีแต่ดูแล้วไม่กล้าทานอ่ะ สีชมพูแล้วเป็นเหมือนเกสรเยอะๆร่วงๆไม่รู้จะอร่อยได้ยังไง
     การทานดอกไม้นอกจากอิ่ม(อิอิ) ก็ยังจะได้ประโยชน์จากสารสีในดอกไม้ด้วย
วันนี้จะทำ 2 ชนิดค่ะ คือเล็บมือนางและอัญชันที่ปลูกไว้ จริงๆเข็มแดงก็มีแต่แค่นี้เยอะแล้ว มาทำกันเลยดีกว่าเนอะ



ส่วนประกอบ

ดอกอัญชัน
ดอกเล็บมือนาง
แป้งทอดกรอบ
น้ำเย็นจัด
ผงปรุงรสรสหมู/ไก่
เกลือป่น
น้ำมันสำหรับทอด



      ดอกไม้ถ้าเก็บมาล้างให้ผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อนนะคะ เวลาทอดแป้งจะได้ติดดีและน้ำมันไม่กระเด็น ดอกอัญชันที่ทอดควรเป็นดอกบานแล้ว ส่วนเล็บมือนางเก็บมาแล้วเอาโคนเขียวๆออก ทอดกินเฉพาะดอกและก้านดอกก็พอค่ะ
ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัดๆ ย้ำว่าเย็นจัดนะคะ จะช่วยเรื่องความกรอบของของทอดค่ะ ผสมตามหลังซองนั่นเลย แต่ให้ข้นๆหน่อย เว้นแต่จะชอบแป้งบางๆทอดแล้วเห็นสีดอกไม้ก็ผสมจางลง แต่บ้านแขชอบแป้งหุ้มมิดๆค่ะ สวยดี
แล้วใส่ผงปรุงรสกับเกลือลงไปนิดหน่อยอย่ามาก คนให้เข้ากัน ปริมาณแป้งขึ้นกับปริมาณดอกไม้ที่จะทอด ถ้าแป้งข้นก็จะทอดได้น้อยชิ้นกว่าแป้งหลว ได้แล้วพักไว้ค่ะ
        ตั้งกระทะก้นลึกๆใส่น้ำมันเยอะๆ พอน้ำมันร้อนจัดๆ เบาไฟลงนิดนึง เอาดอกไม้ชุบแป้งให้ทั่วลงทอดทีละชิ้น ทอดทีละน้อย ทอดให้เหลืองทีละด้านอย่ากลับไปกลับมาจะอมน้ำมันนะคะ
ถ้าอยากให้กรอบนานก็ทอดสีเข้มหน่อย ถ้าชอบแบบเทมปุระก็สีอ่อนออกขาวค่ะ แต่ถ้าแป้งหุ้มหนาแบบแข แนะนำว่าควรทอดสีเข้มเพื่อให้กรอบทั้งชิ้นเคี้ยวดังกรุบๆ พอสีสวยแล้วตักขึ้นให้สะเด็โน้ำมัน เสริ์ฟพร้อมน้ำจิ้มค่ะ

น้ำจิ้มแบบเผ็ด

พริกขี้หนูตามชอบ
น้ำปลา
น้ำมะนาว
น้ำตาลทราย
กระเทียม 4-5 กลีบเล็ก
ผักชีซอยละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
  ตำพริกกับกระเทียมให้ละเอียด ตักขึ้นใส่ถ้วย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทรายให้รสออกเปรี้ยวเค็มนำ หวานแค่นิดหน่อยค่ะ แล้วโรยด้วยผักชีซอย น้ำจิ้มแบบนี้จะแก้เลี่ยนของทอดได้ดี แต่ใครจะทานกับน้ำจิ้มไก่ ซอสมะเขือเทศ ซอสพริกก็ได้ค่า


ภาพรวม


ดอกอัญชันเดี่ยวๆบ้าง

ดอกเล็บมือนาง
งั้มๆ




read more»
0 comments

กระหล่ำปลีห่อหมู

กระหล่ำปลีห่อหมู


      เมนูสุขภาพ ไขมันต่ำแต่อร๊อยอร่อย มาแล้วจ้า กระหล่ำปลีห่อหมูแบบนี้ นำไปทำแกงจืดก็อร่อยค่ะ จำได้ว่าแม่เคยทำให้กินตอนเด็กๆ แล้วก้ไม่ได้ทำอีกเลย
       วันนี้ทำกับข้าวเจอกระหล่ำปลีลูกใหญ่ ก็จัดไป อร่อย กินได้เยอะแถมดีต่อสุขภาพมากๆ ลองทำดูนะคะ จะทำไปเยี่ยมคนป่วยก็เข้าท่านะ




  ส่วนประกอบ

กระหล่ำปลีลูกใหญ่ 1 ผล
หมูสับติดมัน 1 ถ้วย
รากผักชี 2-3 ราก
กระเทียม 5 กลีบกลาง
แครอท 10 กรัม
ต้นหอม 1 ต้น
พริกไทยป่น/น้ำปลา/ซอสแม๊กกี้/ผงปรุงรสรสหมู
ซอสพริกสำหรับจิ้ม
ไม้จิ้มฟันสำหรับกลัดตามจำนวนที่ทำ


      ทำวันนี้ไม่มีรากผักชีค่ะ แต่ถ้าใครมีของครบควรใส่มากๆเพราะจะหอมอร่อย โดยตำรากผักชีกับกระเทียมเพื่อหมักเนื้อหมู แต่เราไม่มีก็เลยใส่ต้นหอมซอยแทน ปริมาณหมูจริงๆให้กะจากจำนวนที่ทำ
คือใช้หมูต่อ 1 ใบกระหล่ำประมาณ 1 ช้อนโต๊ะขาดนิดหน่อย เราทำทานกี่ชิ้นก็คูรไปเลยค่ะ แล้วตักออกนิดนึงเพราะเราใส่แครอทด้วย ปริมาณจะพอดี


       เริ่มจากหมักหมู ใส่แครอทหั่นเต๋าเล็กๆ ใส่รากผักชีตำกับกระเทียม ต้นหอมซอย ปรุงรสด้วยผงปรุงรส น้ำปลา ซอสแม๊กกี้(หรือวีอิ้วขาว แต่แม๊กกี้จะให้รสอมเปรี้ยวลึกๆแก้เลี่ยนดีกว่าค่ะ) พริกไทยป่นแท้เยอะๆ คลุกเคล้าเข้ากัน แบ่งนิดนึงไปเวฟเพื่อชิมรสชาติ ได้แล้วพักไว้ หรือหมักทิ้งไว้ 15 นาที



      แกะกลีบกระหล่ำปลีออกมาอย่างเบามือให้สมบูรณืที่สุด ล้างแล้วพักไว้ ถ้ากลีบไหนขาดๆเราก็เอากลีบด้านในๆเล็กกว่าเผื่อไว้รองซ้อนได้ค่ะ
ได้แล้วตั้งน้ำใส่เกลือเตรียมลวกใบกระหล่ำปลี พอน้ำเดือด ใส่ใบกระหล่ำปลีลงลวกจนนิ่มลง สังเกตจากใบจะงอพับได้ไม่หัก ก็เอาขึ้นมาราดน้ำเย็น พักไว้







      ได้เวลาห่อแล้วค่ะ วางใบกระหล่ำปลีลวกบนจาน ถ้าขาดก็เอาใบเล็กๆซ้อนลงไป ตักหมูวางตรงกลางประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พับแต่ละข้างเข้าห่อไส้
จะให้ดีให้พับตามเข็มนาฬิกา คือ ซ้าย-บน-ขวา-ล่าง หรือ ขวา-บน-ซ้าย-ล่าง วนไปแบบนี้จะแน่นกว่าพับด้านข้าง 2 ด้านก่อนบนล่าง(งงไหมค่ะ) แล้วจิ้มให้อยู่กับที่ไม่อ้าออกด้วยไม้จิ้มฟัน
ทำจนหมด วางเรียงลงจานทนร้อน เตรียมนึ่งค่ะ จะนึ่งด้วยซึ้งหรือกระทะก็ตามสะดวกเลย
นึ่งไฟแรง 10-15 นาทีขึ้นกับจำนวนและความแรงของไฟ  พอสุก ยกลง เทน้ำที่ค้างออก ยกเสริ์ฟร้อนๆพร้อมซอสพริกค่ะ

 
 น่าตาแบบนี้
จิ้มซอสแล้วกัด .... อั้ม อร่อย
โชว์ซักนิด

ทานร้อนๆอร่อยกว่าปล่อยเย็นค่ะ ทำมากแล้วเก็บไว้ทำแกงจืดก็ได้ อร่อยและดีต่อสุขภาพจริงๆนะ



read more»
0 comments

ผัดพริกเผาเป็ดย่าง

ผัดพริกเผาเป็ดย่าง


     เมนูแอบมั่วมาอีกแล้ว เป็นการกำจัดเป็ดย่างค่ะ ซื้อเป็ดย่างมาทำแกงเผ็ดเป็ดย่างอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ทำกินแค่ในบ้านก็เลยเหลืออีกครึ่งตัว เลาะเนื้อเก็บไว้เป็นอาทิตย์ละ 
กลัวเป็ดย่างจะกลายร่างเป็นเป็ดดองซะก่อน คิดๆแล้วก็จับมามั่วๆเป็นกับข้าวมื้อเย็นดีกว่า ตอนแรกทำเสร็จ ชิมแล้ว อืม อร่อยดี แต่กลัวพ่อไม่กินเพราะพ่อไม่ชอบกินอไรแปลกๆหรือเผ็ดจัด
แต่ผิดคาดแฮะ พ่อบอกอร่อยดี พริกเผากับเป็ดเข้ากันดีนะ อืม รู้งี้ทำไปนานละพ่อขา อุอุ



ส่วนประกอบ

เนื้อเป็ดย่าง 1 ถ้วย
พริกเผาแบบเผ็ดมาก 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
หอมหัวใหญ่ 1/2 หัวใหญ่
พริกเขียวแดง 3-5 เม็ด
น้ำปลา/ซอสปรุงรส/น้ำตาลทราย/ผงปรุงรส







   เนื้อเป็ดเลาะเอาแต่เนื้อนะคะแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นหั่นหอมใหญ่เป็นชิ้นขนาดตามที่ชอบ หั่นพริกเเบบแฉลบๆ เตรียมผัดได้ค่ะ


ตั้งกระทะ พอกระทะร้อน ใครใคร่ใส่น้ำมันก็ได้นะคะ แต่แขขอผ่านเพราะในพริกเผาก็มันพอแล้ว จากนั้นใส่พริกเผาลงไป ยีๆให้กระจายตัว
ใส่หอมใหญ่ลงผัด ถ้าแห้งก็เติมน้ำเล็กน้อย ผัดจนหอมใส ถ้าชอบนิ่มก้ผัดนานหน่อย ชอบกรอยก็ผัดเร็วๆ จากนั้นใส่เนื้อเป็ดลงผัด ใส่พริก


พอเดือดจัดๆ ก้เบาไฟ ปรุงรสชาติกัน ถ้าพริกเผาแบบขายเป็นกระปุกจะติดหวานมากก็ไม่ต้องใส่น้ำตาลเพิ่มได้ค่ะ ชิมให้ออกเผ็ด เค็ม หวาน พอรสชาติถูกปากก็เร่งไฟให้เดือดแล้วปิดไฟ
ตักใส่จาน พร้อมทานข้าวเย็นกันเลย
 หน้าตาก้ไม่ได้แปลกเนอะ


นึกว่าจะไม่มีใครทานซะแล้ว เอาเข้าจริง หมดจานเลย ปลื้มมมม







read more»
0 comments
.
Morningglory Khae. ขับเคลื่อนโดย Blogger.