แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของว่าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของว่าง แสดงบทความทั้งหมด

ถั่วกรอบแก้วโกโก้

ถั่วกรอบแก้วโกโก้

   

          ทีแรกไปรื้อสูตรเก่าๆของคุณแม่มาจะทำค่ะ แต่พอไปอ่านหลังซองถั่วลิสงก็เลยทำตามหลังซองละกัน ออกมาเป็นของว่างทานเล่นๆที่เข้าท่าดีเหมือนกัน ลงทุนไม่มากแต่ได้มาเยอะแยะเลย ครั้งนี้ส่วนตัวคิดว่ายังต้องปรับปรุงค่ะ อย่างแรกเลยคือใส่งาช้าเกินไป ทำให้งาไม่ค่อยเกาะเมล็ดถั่วเท่าที่ควร และอยากลองทำด้วยผงโอวัลตินบ้าง การใช้โกโก้ อร่อยค่ะ เหมือนเคลือบช๊อคโกแลต แต่สีเข้มไปดูเผินๆเหมือนไหม้ พอทำแล้วเคยคิดว่ายาก แต่จริงๆไม่ยากเลย ทำง่ายและไม่ได้นานอย่างที่คิดไว้ค่ะ เอาไปลองทำเป็นของว่างติดบ้าน หรือทำฝากเพื่อนๆก็ดีค่ะ



ส่วนประกอบ
(สำหรับ 1 โหลแก้วใหญ่ๆ)
ถั่วลิสงดิบ 500 กรัม
น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
งาขาว 1 ถ้วย
ผงโกโก้หรือโอวัลติน 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 1/2 ตวง



   หลังซองเขาว่าอย่างนี้ค่า แขว่าผงโกโก้ใส่แค่ 1 ช้อนโต๊ะก็พอแล้ว ถ้าอยากได้สีอ่อนแบบที่เขาขายให้ใช้ผงโกโก้แบบสีอ่อน หรือโอวัลตินนะคะ
หากระทะหรือภาชนะปากกว้างมีด้ามจับถนัดมือมา 1 ใบ เทน้ำตาลทราย เกลือ ผงโกโก้ลงไป


      เติมน้ำสะอาดทีละน้อย พอละลายน้ำตาลได้ ใส่เยอะก็เสียเวลามากตามไปด้วย แขใส่ไม่ถึง 1/2 ถ้วยขาดไปนิดหน่อย คนๆให้ผงโกโก้ละลายแล้วยกขึ้นตั้งไฟ
      เทถั่วลิสงลงไป พอเดือด เบาไฟเป็นไฟกลาง คนๆไปเรื่อยจนน้ำเริ่มงวดลงเคลือบถั่ว เทงาขาวลงไปทีละน้อย คนๆแแล้วเทเพิ่มไปจนหมดให้งาเคลือบถั่วทั่วกัน กวนต่อจนแห้งค่ะ
ได้แล้วเทลงบนถาดใบใหญ่ๆ เกลี่ยไม่ให้เป็นก้อน ชั้นเดียว ตากให้เย็นลง เราก็จะได้ถั่วเคลือบโกโก้หอมๆอร่อยๆไว้ทานเพลินๆแล้ว
ปอลิง. สามารถเปลี่ยนเป็นถั่วอื่นๆเช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย และอื่นๆได้ แต่ต้องเลือกที่ผิวหยายหรือมีเปลือกนะคะ ไม่อย่างนั้นจะเคลือบไม่ติดค่ะ




โชว์ผลงาน
งาติดน้อยไปหน่อย เสียดายมากๆ



read more»
0 comments

กระท้อนทรงเครื่อง


กระท้อนทรงเครื่อง



    ผ่านหน้ากระท้อนมาหมาดๆ จะไม่มีเมนูกระท้อนเลยก้กระไรอยู่ใช่ไหมค่ะ วันนี้ก็มีกระท้อนทรงเครื่องมาฝากค่ะ 
เป็นกระท้อนลูกโตๆ สอยจากที่บ้านค่ะ ตอนแม่สั่งให้ผ่าเป็นแฉกๆ ไอ้เราก็ขี้เกียจเนอะ ผ่าซะใหญ่เลย ฮ่า ๆจนแม่ต้องสั่งให้ทำใหม่
กว่าจะได้กิน กว่าจะได้ชิมก็ผ่านไป 2 วันแหนะ ไม่มีรูปขั้นตอนนะคะ ลืมถ่ายอ่ะ









ส่วนประกอบ
(สัดส่วนต่อกระท้อน 2 ลูก)

กระท้อน 2 ลูก
กุ้งแห้ง
ถั่วลิสงคั่วใหม่บดหยาบ


น้ำราดทรงเครื่อง


น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
กะปิ 1/4 ช้อนชา
เกลือป่นเล็กน้อย



  เริ่มจากกระท้อนค่ะ ปอกเปลือกหนาๆออกล้างให้สะอาดแล้วใช้มีดคมๆ ผ่าเป็นแฉกเล็กๆถี่ๆแต่ลึกรอบลูกค่ะ  แต่ละแฉกหนาประมาณ 1/2 ซม. ได้แล้วก็แช่น้ำเกลือไว้เพื่อลดความฝาดของเนื้อและกันดำด้วย
อัตราส่วนก็กะว่าเทน้ำให้ท่วมลูกกระท้อน เติมเกลือป่นเล็กน้อย พอออกเค็มอ่อนๆ แช่ทิ้งข้ามคืน ตรงนี้ระวังนิดนึง ถ้าอากาศร้อนจัดๆจะบูดง่ายค่ะ แช่ตู้เย็นได้ก็ดี





   พอวันที่สอง เอาลูกกระท้อนขึ้นมาจากน้ำเกลือ บีบหัวและท้ายให้น้ำเกลืออกและให้ลูกบานออกสักนิด จะสวยมาก ล้างน้ำสะอาดนิดหน่อย พักไว้
   น้ำราดทรงเครื่อง
คั้วถั่วลิสงให้หอมแล้วเอามาบดหยาบๆ ถั่วคั่วใหม่ๆหอมมากเลยค่ะ จากนั้นก็เตรียมกุ้งแห้ง เลือกที่ไม่เค็มมากจะดีกว่า ขนาดตัวขึ้นกับความชอบ ปริมาณถั่วและกุ้งแห้งตามใจชอบได้เลยนะคะ
จากนั้นหาภาชนะย่อมๆสักใบ ใส่น้ำลงไป ตามด้วยเกลือ น้ำตาลปี๊บ ตั้งไฟกลางให้ละลายเป็นน้ำเชื่อม แล้วใส่กะปิ บี้ๆให้ละลาย พอเือดก็ชิมดูค่ะ ได้แล้วยกลงพักให้เย็น



      พอจะทานก็ตักราดลงบนกระท้อน โรยกุ้งแห้งและถั่วลิสง พร้อมทานค่ะ
ที่บ้านทำหลายลูกเลยค่ะ แจกไปบ้านละ 2-3 ลูก ได้คำชมเรื่องความหอมของถั่ว อิอิ รสชาติอร่อยค่ะเพราะแม่ทำ ฮ่าาาาาาา
ลองทำดูนะคะถ้ามีโอกาส กระท้อนเฉยๆทำกระท้อนลอยแก้วก็ได้ อร่อยชื่นใจค่ะ
read more»
0 comments

นมข้าวโพด


นมข้าวโพด
Corn milk




    วันนี้จะชวนมาทำนมข้าวโพดโฮมเมดกันค่ะ แต่ก่อนเวลาไปเที่ยวแล้วผ่านโคราชทีไร ที่บ้านต้องแวะซื้อนมข้าวโพดกลับมาประจำ ที่ซื้อบ่อยสุดจะเป็นของไร่สุวรรณ ซึ่งจะออกรสและกลิ่นข้าวโพดกับอีกที่นึงเลยไร่สุวรรณมานิดเดียว เป็นบ้านเล็กๆ ที่นี่น้าๆจะชอบซื้อ ออกรสและกลิ่นนมมากกว่า เท่าที่ลองชิมมา ถ้าซื้อแล้วกินเลยจะชอบของไร่สุวรรณค่ะ แต่ถ้าเอามาแช่ช่องฟรีสให้เป็นเกล็ดน้ำแข็งจะชอบอีกที่มากกว่า

    พอวันนี้สบโอกาส แม่ซื้อข้าวโพดดิบมาหลายฝัก งั้นมาลองทำกินเองดีกว่า ออกตัวก่อนนะคะ ว่าไม่ได้ทำตามสูตรที่หลายๆคนลงในเน็ต อาศัยชิมล้วนๆค่ะ รับประกันได้ว่าไม่ยาก เสียเวลานิดหน่อยเท่านั้นเองก็ได้นมข้าวโพดอร่อยๆไว้กินให้ชื่นใจแล้ว

ส่วนประกอบและอุปกรณ์ที่จำเป็น

ข้าวโพดหวานดิบ 4-5 ฝัก
นมสดจืด(นมตราหมี/นมกล่องยูเอสที/นมพาสเจอไรซ์) ประมาณ 1 ลิตร
น้ำตาลทรายขาว
เกลือป่น
นมผง/ครีมเทียม
น้ำสะอาด
ใบเตย 5 ใบ
เครื่องปั่น
ผ้าขาวบาง 2 ผืน
ที่กรองรูละเอียด

วันนี้มีข้าวโพหวานดิบเหลือ 3 ฝักค่ะ ก็เลยผสมข้าวโพดต้มไป 1 ฝักเป็น 4 ฝัก ซึ่งถ้าเพิ่มปริมาณข้าวโพดใหเเพิ่มสัดส่วนอื่นตามไปด้วยแต่ไม่มาก อาศัยชิม อิอิ

        อยากแรกสุดเลยคือ ต้มน้ำสะอาดใส่ใบเตยให้เดือดแล้วทิ้งไว้ให้อุ่น ปริมาณประมาณ 1 ลิตรขึ้นไป ตรงนี้ถ้าไม่มีใบเตยก็ไม่จำเป็นค่ะ เพราะกลิ่นสุดท้ายไม่มีกลิ่นของใบเตยเหลืออยู่ ฮ่าๆ   มีที่อ่านมาว่าใส่เปลือกข้าวโพดลงต้มเอากลิ่น อันนี้ลองทำครั้งที่สองค่ะ แต่ขอไม่แนะนำให้ทำเลย เพราะอะไร ก็เพราะเปลือกมันสกปรกมาก ขนาดเอาแต่เปลือกในสุดก็ยังเสี่ยงต่อรา แล้วถ้ามีใยข้าวโพดลงไป น้ำนั้นก็จะเอามาใช้ต่อไม่ได้ถ้าไม่ได้กรองออก กลิ่นก้ไม่หอมขึ้นเท่าไรด้วย
         ใครอยากลองก็ได้ค่ะ แต่แขทำแล้วเจ็บใจมาก ต้องเทน้ำมากรอง กรองแล้วรู้สึกยังมีผงๆก็เลยเททิ้งต้มใหม่อีก เสียเวลาจริงๆ


        ระหว่างรอน้ำอุ่น ก็ปอกเปลือแกะใยข้าวโพดออกให้หมด เอาฝักข้าวโพดไปล้าง แล้วเอามาเฉือนเฉพาะเมล็ดด้วยมีดคมๆลงใส่อ่าง ตรงนี้หาอ่างกว้างสักนิดจะได้ไม่หกเลอะเทอะ เฉือนออกมาให้หมดไม่ต้องให้เต็มเมล็ดค่ะ ขาดๆยิ่งดีจะได้ปั่นง่ายๆ ได้แล้วตักแบ่งลงในโถปั่น สัก 1/2 โถ ตามด้วยน้ำที่อุ่นแล้วพอท่วมเมล็ดข้าวโพด เอาไปปั่นให้ละเอียดยิบ เทรวมๆกันไว้ ทำจนหมด ตรงนี้จะได้กลิ่นข้าวโพดหอมมากกกกกก




     หาภาชนะมาอีกใบ เอาผ้าขาวบางที่หมาดๆคลุมไว้ ตักข้าวโพดที่ปั่นแล้วลงที่กรอง ใช้ช้อนคนๆบี้ๆกดๆ ให้นมข้าวโพดผ่านที่กรองลงไป กรองผ่านผ้าขาวบางอีกชั้น ตรงนี้ถ้าใครมีที่กรองอันใหญ่ๆจะสะดวกมากค่ะ แล้วที่ให้รองผ้าขาวบางด้วยเพราะว่าบางทีอาจมีกากข้าวโพดตกไป เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลากรองใหม่นั่นเอง  ทำจนหมด ส่วนกากอย่าเพิ่งทิ้งนะคะ รวมกันไว้ แล้วเอาลงไปปั่น เติมน้ำลงไปอีกนิด เอามากรอง ทำซ้ำซัก 2 รอบ จะได้ดึงคุณค่าออกมาให้หมด รอบสุดท้ายกากจะละเอียดมาก ก็เทลงผ้าขาวบางชื้นๆอีกผืนแล้วบิดค่ะ คั้น เค้นมันออกมา เราก็จะได้น้ำข้าวโพดแสนหอมมาปริมาณนึง ขึ้นกับว่าเราเติมน้ำลงไปเท่าไร ถ้าชิมดูจะจืดๆแต่หอมข้าวโพดสุดเลย


       น้ำที่ได้ ถ้ามั่นใจว่าไม่มีกากแล้วก็เทลงหม้อที่จะใช้ต้มค่ะ แล้วเติมน้ำที่เราต้มไว้ลงไปอีกเกือบครึ่งเท่าตัวของปริมาณนมข้าวโพดที่ได้ ยกขึ้นตั้งไฟจนเดือดแล้วรีบเบาไฟอ่อน ระหว่างนี้หมั่นคนค่ะ เติมเกลือป่นลงไป 1-2 ช้อนชาพูน คนๆให้เกลือละลาย เติมนมสดลงไป แขทำโดยใช้นมกล่องโฟร์โมส 3 กล่อง นมตราหมีกระป๋อง 3 กระป๋อง คนให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำตาลทราย เร่งไฟให้เดือดอีกรอบ หมั่นคนและเฝ้านะคะ ไม่งั้นมันจะฟูล้นหม้อ
      แล้วชิมให้หวานเท่าที่ต้องการ อย่าให้เดือดมากและนาน พอเดือดก็เบาไฟซะคะ น้ำ นม จะได้ไม่แยกชั้นกัน ถ้ามีคล้ายๆสีเหลืองลอยด้านบนก็ช้อนทิ้งไป เพราะทิ้งไว้เย็นแล้วมันจะไม่น่าทาน แต่มันทานได้นะคะ ไม่ใช่ไทานไม่ได้แค่ไม่สวยเท่านั้นแหละ
       สุดท้ายตรงนี้ใครไม่ชอบกลิ่นข้าวโพดก็เติมนมผงหรือครีมเทียมลงไป ปริมาณตามชอบ ยิ่งใส่มากกลิ่นนมจะมากตาม แขเผลอทำหกไปเยอะมาก แต่ปรากฏว่าอร่อยมากเลย อยากรู้ต้องลอง อิอิ
         สุดท้ายเร่งไฟให้เดือดรอบสุดท้าย ปิดไฟพักให้อุ่น ตักใส่ขวดเก็บไว้ทานค่ะ

ปล.ขวดที่จะเก็บควรพาสเจอไรซ์ด้วยนะคะ จะได้ไม่เสียเร็ว แต่ถ้าเป็นขวดพาสติก ห้ามเอาลงไปต้มโดยตรงเด็ดขาด ขวดละลายบวมจริงๆนะ ให้ตั้งน้ำเดือดจัดๆแล้วราดลงบนขวดทั้งด้านในนอกห้ามแช่ รอให้ขวดปห้งก็ใช้ได้ค่ะ

 

ทานร้อนๆก็อร่อย ทานเย็นๆก็ยิ่งอร่อย แนะนำว่าถ้าแช่จนเป็นเกล็ดน้ำแข็งเหมือนทานไอติมเลยค่ะ
     ครั้งแรกที่ทำ มีแต่คนชมว่าอร่อยมาก อันนี้ไม่ได้โม้นะ แต่ทำได้น้อย แจกได้บ้านละขวด 600 มล เอง ครั้งที่สองทำเยอะ แต่ใส่นมน้อยลง อร่อยน้อยลงนิดนึง เสียดายที่ครั้งแรกไม่ได้ชั่งและจดไว้เนอะ
ลองทำดูค่ะ อร่อยมีประโยชน์มาก ไม่ยากด้วย



















read more»
0 comments

ก๋วยเตี๊ยวลุยสวน Fresh Spring Rolls




ก๋วยเตี๊ยวลุยสวน
Thai Fresh Spring Rolls


อาหารไขมันต่ำ ทำง่าย กินง่าย อิ่มง่ายๆ สนใจรับสักคำมั๊ยค่ะ

ผักที่ใช้ จริงๆตามชอบเลยนะคะ แต่ที่ใช้วันนี้หาได้จากตู้เย็นค่ะ
มีแตงกวา ไม่ปอกเปลือก ผ่าตามยาวของลูก ผ่าสัก8กำลังดีค่ะ ไม่อย่างนั้นตำจะใหญ่ไป
ผักกาดหอมล้างตัดโคนออกบ้าง 1 ใบทำได้ 2 ชิ้น
แครอทปอกเปลือก ซอยเป็นเส้น แล้วลวกรอไว้


เส้นที่ใฃ้ จริงๆจะมีแผ่น spring roll ขายค่ะ แต่วันนี้ไม่ได้ไปห้าง เดินตลาดสดเอา ก็เลยได้เส้นใหญ่แบบไม่ตัดมาแทน มาเป็นปึกเลย เวลาใช้ค่อยๆคลี่ออกมา ตัดตามความยาวที่ต้องการ แล้ววางแผ่บนจานแบนๆ เอาน้ำร้อนจัดราดลงไปเพื่อลวกสัก 2 รอบค่ะ แล้วเทน้ำออกให้หมด


ส่วนของเนื้อสัตว์ ใช้ปูอัดอย่างเดียวพอ เอาไปลวกรอไว้ 1ชิ้น แบ่งครึ่งค่ะ ใครมีหมูยอก็ลวกใส่ได้ค่ะ 


เวลาห่อ ก็วางรองด้วยผักกาดหอมก่อน จริงๆต้องวางเว้นจากปลายด้านใกล้ตัวไปสัก 2นิ้วนะคะ กะว่าเราจะพับเพื่อปิดไส้ตอนห่อได้ วางริมๆแบบในรูปม้วนยากค่ะ
วางเรียงด้วยแตงกวา ปูอัดและแครอทลวก แบบนี้


แล้วก็ม้วนๆๆ ม้วน1รอบดึงกลับเข้าหาตัวเบาๆจะได้แน่นสวย ม้วนไปจนสุดปลายแป้งอีกด้านเลย


 ได้มา 1 ม้วนแล้ว


ตัดแบ่งเป็นท่อนสั้นๆค่ะ จริงๆหัวกับท้ายจะไม่ค่อยสวยนะคะ ตัดทิ้งใส่ปากชิมไปก่อนได้นะ


จับตั้งวางลงจานเลย


 ทำเยอะมากค่ะ แขกเยอะ
ส่วนน้ำจิ้มเป็นคล้ายๆน้ำจิ้มซีฟู๊ดค่ะ ปรุงตามชอบ
ที่เห็นในรูป ใส่สัปปะรดและใบสะระแหน่ด้วย หอมและข้นดี ปรุสให้ออกเปรี้ยวเผ็ดไม่หวานมาก จะเหมาะกับผักสดแบบนี้ค่ะ ไม่อ้วนด้วย

อ้ำ  ป้อนค่ะ 


read more»
0 comments

ปาท่องโก๋สูตรไม่ใส่แอมโมเนีย



ปาท่องโก๋สูตรไม่ใส่แอมโมเนีย



     คงมีน้อยคนล่ะค่ะ ที่อยู่เมืองไทยแล้วคิดจะทำปาท่องโก๋ทานเอง ก็แหม หาซื้อง่ายราคาไม่แพงนี่ค่ะ แต่ตามประสาคนอยากรู้ล่ะคะ อยากรู้จริงๆว่าเขาทำยังไง เราจะทำได้ไหมนะ ก็เลยเกิดปาท่องโก๋เวอร์ชันทดลองค่ะ
       ผลที่ได้ ก็ไม่เลวนะคะ กรอบนอก นุ่มใน เนื้อเต็ม ไม่ใส่แอมโมเนียด้วย ใครสนใจก็ลองทำกันค่ะ ง่ายๆ ใช้เวลานิดหน่อยเอง


ส่วนประกอบ
ดัดแปลงจากที่นี่ค่ะ ปาท่องโก๋นมสด (ไม่ใส่แอมโมเนีย)


แป้งสาลี อเนกประสงค์ 1  1/2 ถ้วยตวง
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ผงฟู 1/4 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1/4  ช้อนชา
น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
แอคทีฟดรายยีสต์ 1  ช้อนชา
นมสดเย็น 1 ถ้วยตวง
น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ 
น้ำอุ่นเพื่อ เลี้ยงยีสต์ 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำตาลทรายไปอีก 1/2 ช้อนชาค่ะ



 เลี้ยงยีสต์ให้โตก่อนะคะ สัก 10 นาที
เทแป้งลงอ่าง แล้วเทส่วนผสมทุกอย่างลงไปค่ะ 
ใช้ไม้พายกวนทุกอย่างเข้าด้วยกัน ส่วนผสมจะค่อนข้างแฉะนะคะ แต่เราไม่ต้องนวดให้เนียนค่ะไม่ต้องกลัว เอาแค่ไม่มีผงแป้งก็พอแล้ว

ปิดผ้าที่ชุบน้ำบิดหมาดๆหมักไว้ที่อุ่นๆสัก 1 ชั่วโมง จากนั้นเปิดมาคนอีกสักหน่อย แป้งจะไม่ขึ้นเท่าไรค่ะ คลุมผ้าแล้วนำเข้าตู้เย็นอีก 4 ชั่วโมงค่ะ

ครบเวลา นำออกมา แบ่งมาคลึงเป็นท่อนๆยาวๆ ขั้นนี้จะติดมือมากนะคะ ต้องโรยแป้งนวลเยอะๆเลย 
คลึงเป็นเส้นแล้วกดให้แบน ตัดเป็นชิ้นๆแบบที่ร้านทำ 
จับเป็นคู่ๆประกบกันใช้น้ำแตะตรงกลางเสมือนกาวเชื่อมไมตรี
เตรียมทอดให้น้ำมันท่วมๆ ตอนจะลงกระทะ ดึงตัวปาท่องโก๋ให้ยืดออกแล้วรีบโยนลงไปเลยค่า ใช้ตะเกียบทอดนะคะ พลิกไปมาให้เหลืองสวย ไฟกลางค่ะเดี๋ยวไหม้
ทอดแล้วพักให้สะเด็ดน้ำมัน


ได้มาแบบนี้ หน้าตาตลกดี 
ถ้าแป้งได้ที่ แป้งจะฟูตอนทอดมากกว่านี้ค่ะ เคยทำอีกครั้ง ดีกว่านี้แต่ไม่ได้ถ่ายรูป



จิ้มนมข้นหวานนี่แหละ เข้ากั๊น เข้ากัน


เนื้อข้างในค่ะ ไม่กลวงแบบอมน้ำมันค่ะสูตรนี้


read more»
0 comments

เต้าฮวยฟรุตสลัด : AGAR TOFU FRUIT SALAD







เต้าฮวยฟรุตสลัด 
AGAR TOFU FRUIT SALAD ( TAO HUAY FRUIT SALAD)



หาทางกำจัดนมค่ะ แถมด้วยผลไม้หลายอย่างในตู้เย็น ค้นไปค้นมา ก็สรุปว่าขอทำ เต้าฮวยฟรุตสลัด หรืออีกชื่อเต้าฮวยนมสด ค่ะ แค่ไม่ได้ใช้ฟรุตสลัดกระป๋องนะคะ ใช้ผลไม้สดแทนเลย  
ทานตอนเย็นๆ ชื่นใจดีค่ะ


ต้นฉบับอยู่นี่ เต้าฮวยฟรุตสลัด คุณจุ๋ม

ส่วนประกอบ

ส่วนผสมจะแบ่งเป็น 3 ส่วน
1. เต้าฮวย
2. น้ำราด
3. ฟรุตสลัด

เต้าฮวย

น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง 
นมสดรสจืด 2 ถ้วยตวง 
นมข้นจืด 2 ถ้วยตวง 
นมข้นหวาน 1 ถ้วยตวง 
ผงวุ้น 2 ช้อนชา
เจลลาตินผง 2 ช้อนชา
น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง

น้ำราด
นมสดจืด1 ถ้วยตวง 
นมข้นจืด 1 ถ้วยตวง 
นมข้นหวาน มากน้อยตามชอบ



เทน้ำและนมสด นมข้นจืดใส่หม้อค่ะ โปรยเจลาตินลงไปอย่าให้เป็นกระจุกนะคะ หากใช้เจลลาตินแบบแผ่นก็ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วแช่ไว้ในน้ำ 15 นาที ให้เจลลาตินอิ่มน้ำ พร้อมจะละลาย คนให้เข้ากันยกขึ้นตั้งไฟ



นอกสูตรอีกแล้ว ขอใส่ผงชาเขียว 1 ช้อนชาค่ะ


 ใส่ผงวุ้นลงไปค่ะ คนๆให้เข้ากัน ตั้งไฟไปจนเดือด
ใช้ตะกร้อมือคนเบาๆตลอดนะคะ ป้องกันการจับเป็นก้อนของผงวุ้น
คุณจุ๋มบอกว่าช่วงแรกใช้ไฟกลางเพื่อละลายเจลาติน และ ใช้ไฟแรงถัดมาเพื่อละลายผงวุ้น


พอเดือดจนเป็นฟองละเอียดๆและคนแล้วไม่มีผงวุ้นติดปลายตะกร้อขึ้นมา เทนมข้นหวานลงไป ยังไม่ต้องเทหมดค่ะ ชิมแล้วเติม
เดือดอีกสัก2นาที ปิดไฟ เตรียมเทใส่ภาชนะ
(ไม่ได้กรองค่ะ)


วันนี้ใส่แก้วนะคะ 4 ใบพอดี นำเข้าตู้เย็นให้เซ็ตตัวค่ะ 2- 3ชั่วโมง


ผลไม้ที่ค้นได้มีตามนี้ค่ะ


หั่นเป็นชิ้นเล็กๆไว้


พอเต้าฮวยเซ็ตตัว วางผลไม้ลงไป แล้วราดด้วยน้ำราดที่ผสมแล้ว มากน้อยตามชอบ


เนื้อเต้าฮวยนิ่มกำลังดีค่ะ อร่อย
ทำเสร็จก็มืดพอดี รูปมืดไปหน่อยนะคะ






read more»
0 comments

กล้วยน้ำว้าอบ : Baked Bananas




กล้วยน้ำว้าอบ
Baked Bananas


     เมนูกำจัดกล้วยที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ความอร่อยเต็มพิกัด เพียงแค่มีเตาอบเท่านั้นเอง
เชื่อไหมค่ะว่าเด็กๆ คุณแม่เลี้ยงมาด้วยกล้วยอบนี่แหละค่ะ  เพราะเป็นคนที่ไม่ทานกล้วยสด ไม่ว่ากล้วยชนิดใด คุณแม่ก็เลยจับยัดเข้าเตาอบให้ทาน ปรากฏว่าทานหมดหวีจนอ้วนเลย กล้วยอบด้วยเตาอบแบบนี้ ก็คงคล้ายๆกล้วยปิ้งที่ขายทั่วไป แต่เราจะได้ทานตั้งแต่ตอนออกจากเตาใหม่ๆ โอ้ว...สวรรค์จริงๆค่ะ 
ความหวานและฉ่ำจากธรรมชาติ ที่ต้องทานร้อนๆ อร่อยจนอบทีละ2 หวี แจก 3 บ้าน ก็ทานกันหมดใน 10 นาทีเลยค่ะ โม้มาขนาดนี้ อย่าลืมทำกันนะคะ



    กล้วยที่อบ ถ้าใช้กล้วยที่เพิ่งสุก เปลือกเหลืองอมเขียว ขั้วยังไม่ดำ จะได้กล้วยอบที่ไม่นิ่มเละค่ะ เวลาอบจะเร็วกว่ากล้วยสุกเลือกเหลืองทั่ว
   จัดการปลอกเปลือก กล้วย ดึงเส้นออก ล้างน้ำ แล้วเรียงเข้าเตาอบเลย ความร้อนนี่บอกไม่ได้จริงๆ เพราะเตาที่มีตั้งค่าไม่ได้ ฮ่าาาาา

อบ และหมั่นกลับ สฃังเกตว่าน้ำหวานจากกล้วยไหลออกมา น่ากินที่ซู๊ดดด



พอกล้วยผิวแห้ง เริ่มมีสีน้ำตาล ก็คือสุกแล้วค่ะ รีบนำออกมาเสร์ฟทันที ทานร้อนๆ ควันฉุยๆ เอาพิซซ่ามาแลกก็ไม่ยอม ^^




read more»
0 comments
.
Morningglory Khae. ขับเคลื่อนโดย Blogger.