นมข้าวโพด


นมข้าวโพด
Corn milk




    วันนี้จะชวนมาทำนมข้าวโพดโฮมเมดกันค่ะ แต่ก่อนเวลาไปเที่ยวแล้วผ่านโคราชทีไร ที่บ้านต้องแวะซื้อนมข้าวโพดกลับมาประจำ ที่ซื้อบ่อยสุดจะเป็นของไร่สุวรรณ ซึ่งจะออกรสและกลิ่นข้าวโพดกับอีกที่นึงเลยไร่สุวรรณมานิดเดียว เป็นบ้านเล็กๆ ที่นี่น้าๆจะชอบซื้อ ออกรสและกลิ่นนมมากกว่า เท่าที่ลองชิมมา ถ้าซื้อแล้วกินเลยจะชอบของไร่สุวรรณค่ะ แต่ถ้าเอามาแช่ช่องฟรีสให้เป็นเกล็ดน้ำแข็งจะชอบอีกที่มากกว่า

    พอวันนี้สบโอกาส แม่ซื้อข้าวโพดดิบมาหลายฝัก งั้นมาลองทำกินเองดีกว่า ออกตัวก่อนนะคะ ว่าไม่ได้ทำตามสูตรที่หลายๆคนลงในเน็ต อาศัยชิมล้วนๆค่ะ รับประกันได้ว่าไม่ยาก เสียเวลานิดหน่อยเท่านั้นเองก็ได้นมข้าวโพดอร่อยๆไว้กินให้ชื่นใจแล้ว

ส่วนประกอบและอุปกรณ์ที่จำเป็น

ข้าวโพดหวานดิบ 4-5 ฝัก
นมสดจืด(นมตราหมี/นมกล่องยูเอสที/นมพาสเจอไรซ์) ประมาณ 1 ลิตร
น้ำตาลทรายขาว
เกลือป่น
นมผง/ครีมเทียม
น้ำสะอาด
ใบเตย 5 ใบ
เครื่องปั่น
ผ้าขาวบาง 2 ผืน
ที่กรองรูละเอียด

วันนี้มีข้าวโพหวานดิบเหลือ 3 ฝักค่ะ ก็เลยผสมข้าวโพดต้มไป 1 ฝักเป็น 4 ฝัก ซึ่งถ้าเพิ่มปริมาณข้าวโพดใหเเพิ่มสัดส่วนอื่นตามไปด้วยแต่ไม่มาก อาศัยชิม อิอิ

        อยากแรกสุดเลยคือ ต้มน้ำสะอาดใส่ใบเตยให้เดือดแล้วทิ้งไว้ให้อุ่น ปริมาณประมาณ 1 ลิตรขึ้นไป ตรงนี้ถ้าไม่มีใบเตยก็ไม่จำเป็นค่ะ เพราะกลิ่นสุดท้ายไม่มีกลิ่นของใบเตยเหลืออยู่ ฮ่าๆ   มีที่อ่านมาว่าใส่เปลือกข้าวโพดลงต้มเอากลิ่น อันนี้ลองทำครั้งที่สองค่ะ แต่ขอไม่แนะนำให้ทำเลย เพราะอะไร ก็เพราะเปลือกมันสกปรกมาก ขนาดเอาแต่เปลือกในสุดก็ยังเสี่ยงต่อรา แล้วถ้ามีใยข้าวโพดลงไป น้ำนั้นก็จะเอามาใช้ต่อไม่ได้ถ้าไม่ได้กรองออก กลิ่นก้ไม่หอมขึ้นเท่าไรด้วย
         ใครอยากลองก็ได้ค่ะ แต่แขทำแล้วเจ็บใจมาก ต้องเทน้ำมากรอง กรองแล้วรู้สึกยังมีผงๆก็เลยเททิ้งต้มใหม่อีก เสียเวลาจริงๆ


        ระหว่างรอน้ำอุ่น ก็ปอกเปลือแกะใยข้าวโพดออกให้หมด เอาฝักข้าวโพดไปล้าง แล้วเอามาเฉือนเฉพาะเมล็ดด้วยมีดคมๆลงใส่อ่าง ตรงนี้หาอ่างกว้างสักนิดจะได้ไม่หกเลอะเทอะ เฉือนออกมาให้หมดไม่ต้องให้เต็มเมล็ดค่ะ ขาดๆยิ่งดีจะได้ปั่นง่ายๆ ได้แล้วตักแบ่งลงในโถปั่น สัก 1/2 โถ ตามด้วยน้ำที่อุ่นแล้วพอท่วมเมล็ดข้าวโพด เอาไปปั่นให้ละเอียดยิบ เทรวมๆกันไว้ ทำจนหมด ตรงนี้จะได้กลิ่นข้าวโพดหอมมากกกกกก




     หาภาชนะมาอีกใบ เอาผ้าขาวบางที่หมาดๆคลุมไว้ ตักข้าวโพดที่ปั่นแล้วลงที่กรอง ใช้ช้อนคนๆบี้ๆกดๆ ให้นมข้าวโพดผ่านที่กรองลงไป กรองผ่านผ้าขาวบางอีกชั้น ตรงนี้ถ้าใครมีที่กรองอันใหญ่ๆจะสะดวกมากค่ะ แล้วที่ให้รองผ้าขาวบางด้วยเพราะว่าบางทีอาจมีกากข้าวโพดตกไป เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลากรองใหม่นั่นเอง  ทำจนหมด ส่วนกากอย่าเพิ่งทิ้งนะคะ รวมกันไว้ แล้วเอาลงไปปั่น เติมน้ำลงไปอีกนิด เอามากรอง ทำซ้ำซัก 2 รอบ จะได้ดึงคุณค่าออกมาให้หมด รอบสุดท้ายกากจะละเอียดมาก ก็เทลงผ้าขาวบางชื้นๆอีกผืนแล้วบิดค่ะ คั้น เค้นมันออกมา เราก็จะได้น้ำข้าวโพดแสนหอมมาปริมาณนึง ขึ้นกับว่าเราเติมน้ำลงไปเท่าไร ถ้าชิมดูจะจืดๆแต่หอมข้าวโพดสุดเลย


       น้ำที่ได้ ถ้ามั่นใจว่าไม่มีกากแล้วก็เทลงหม้อที่จะใช้ต้มค่ะ แล้วเติมน้ำที่เราต้มไว้ลงไปอีกเกือบครึ่งเท่าตัวของปริมาณนมข้าวโพดที่ได้ ยกขึ้นตั้งไฟจนเดือดแล้วรีบเบาไฟอ่อน ระหว่างนี้หมั่นคนค่ะ เติมเกลือป่นลงไป 1-2 ช้อนชาพูน คนๆให้เกลือละลาย เติมนมสดลงไป แขทำโดยใช้นมกล่องโฟร์โมส 3 กล่อง นมตราหมีกระป๋อง 3 กระป๋อง คนให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำตาลทราย เร่งไฟให้เดือดอีกรอบ หมั่นคนและเฝ้านะคะ ไม่งั้นมันจะฟูล้นหม้อ
      แล้วชิมให้หวานเท่าที่ต้องการ อย่าให้เดือดมากและนาน พอเดือดก็เบาไฟซะคะ น้ำ นม จะได้ไม่แยกชั้นกัน ถ้ามีคล้ายๆสีเหลืองลอยด้านบนก็ช้อนทิ้งไป เพราะทิ้งไว้เย็นแล้วมันจะไม่น่าทาน แต่มันทานได้นะคะ ไม่ใช่ไทานไม่ได้แค่ไม่สวยเท่านั้นแหละ
       สุดท้ายตรงนี้ใครไม่ชอบกลิ่นข้าวโพดก็เติมนมผงหรือครีมเทียมลงไป ปริมาณตามชอบ ยิ่งใส่มากกลิ่นนมจะมากตาม แขเผลอทำหกไปเยอะมาก แต่ปรากฏว่าอร่อยมากเลย อยากรู้ต้องลอง อิอิ
         สุดท้ายเร่งไฟให้เดือดรอบสุดท้าย ปิดไฟพักให้อุ่น ตักใส่ขวดเก็บไว้ทานค่ะ

ปล.ขวดที่จะเก็บควรพาสเจอไรซ์ด้วยนะคะ จะได้ไม่เสียเร็ว แต่ถ้าเป็นขวดพาสติก ห้ามเอาลงไปต้มโดยตรงเด็ดขาด ขวดละลายบวมจริงๆนะ ให้ตั้งน้ำเดือดจัดๆแล้วราดลงบนขวดทั้งด้านในนอกห้ามแช่ รอให้ขวดปห้งก็ใช้ได้ค่ะ

 

ทานร้อนๆก็อร่อย ทานเย็นๆก็ยิ่งอร่อย แนะนำว่าถ้าแช่จนเป็นเกล็ดน้ำแข็งเหมือนทานไอติมเลยค่ะ
     ครั้งแรกที่ทำ มีแต่คนชมว่าอร่อยมาก อันนี้ไม่ได้โม้นะ แต่ทำได้น้อย แจกได้บ้านละขวด 600 มล เอง ครั้งที่สองทำเยอะ แต่ใส่นมน้อยลง อร่อยน้อยลงนิดนึง เสียดายที่ครั้งแรกไม่ได้ชั่งและจดไว้เนอะ
ลองทำดูค่ะ อร่อยมีประโยชน์มาก ไม่ยากด้วย



















Reactions: 

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

.
Morningglory Khae. ขับเคลื่อนโดย Blogger.