Best Cocoa Brownie

Best Cocoa Brownie
บราวนี่หน้ากรอบ(ที่เรายังทำไม่กรอบ)



       วันนี้อยากกินอะไรที่มัน chocolate มากๆเลย เหมือนจะลงแดง(และกำลัง diet) 555+ ทีแรกจะทำเป็นคุกกี้ แต่คิดไปคิดมา ทำบราวนี่น่าจะดีกว่า ไม่ได้ทำนานแล้ว แถมติดสัญญากับหลานๆ2คนด้วยที่จะทำขนมจากช๊อคโกแลตให้ทาน (ถึงแม้ครั้งนี้จะเป็น cocoa brownies ก็ตาม อิอิ) จะว่าไป บราวนี่เนี่ย ทำง่ายมากๆ ไม่ต้องมีเครื่องตีก็ทำได้ แถมใช้ไมโครเวฟอบยังได้เลย เป็นขนมแรกๆที่หัดทำ ทำมาไม่ต่ำกว่า5 รอบแล้ว ทำทีไรกินหมดในวันนั้นทุกครั้งอีก ก็เลยไม่ได้ผอมกว่าช้างกับเขาสักที แหม อะไรที่เป็นช๊อคโกแลตมันอร่อยนี่ค่ะ ยั่วยวนใจจนห้ามใจไม่ไหวจริงๆ สูตรบราวนี่ก็ทำมาแล้วทั้งใช้ช๊อคโกแลตบาร์ละลาย ทั้งเป็นแบบชีสเค้กบราวนี่ แต่อ่ะนะด้วยความที่เตาเล็กจิ๋วเดียวเอง จะทำแบบถาดแล้วแบ่งเป็นชิ้นๆก็เกินขีดจำกัดของเตาล่ะค่ะ ไฟก็ตั้งไม่ได้ ทำทีไรได้หน้าปูดๆแบบนี้ทุกที ไ่ม่ว่าสูตรเขาจะบอกว่าหน้ากรอบ เจ้าเตาของแขจัดมาเป็นหน้าปูดๆดำๆทุกงาน เอิ๊กๆ แต่เราหาแคร์ไม่ ความอร่อยอาจไม่ได้จากหน้าตา แต่ถ้าชิมแล้วจะร้องว่า เยสสสสสสสสส ^^  เอาล่ะค่ะ มาทำบราวนี่โฮมเมดกัน วันนี้ใช้สูตรนี้ ซึ่งไม่ได้ใส่ช๊อคโกแลตแต่ใช้ผงโกโก้แทน ถ้าเลือกได้แนะนำให้ใช้ผงโกโก้คุณภาพดีๆอย่าง van houten ค่ะ ขนมจะอร่อยไม่แพ้ใช้ช๊อคโกแลตเลยจริงๆ



Best Cocoa Brownie

แป้งเอนกประสงค์ 75 กรัม
ผงโกโก้ 60 กรัม
เนยเค็ม 160 กรัม (ถ้าเป็นเนยจืด ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา ถ้าเป็นเนยเค็มใส่เกลือ 1/4 ช้อนชา)
น้ำตาล 220 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
กลิ่น วนิลา 1 ช้อนชา
ช๊อคโกแล็ตชิพ 50 กรัม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 50 กรัม
**ใช้ถาดขนาด10*10นิ้วค่ะ* (แต่เราไม่มีและเตาใส่ไม่ได้ ^^)


วิธีทำ
 (ต่างจากต้นฉบับที่ลงลิงค์ไว้ให้นะคะ ลิงค์นี้เป็นแบบที่คุณวรรณปรับปรุงแล้ว)
วอร์มเตา 175 องศา ไฟ บน-ล่างไว้
เอาเนยไปเวฟให้ละลายค่ะ แล้วใส่เกลือป่นลงไปคนๆให้เกลือละลายไปกับเนย แล้วพักไว้โดยเนยที่จะผสมจะต้องไม่ร้อนจัดค่ะเอาแค่อุ่นๆไม่ถึงกับเย็น   ระหว่างนี้ใช้ตระกร้อมือตีไข่กับน้ำตาลให้ข้นๆนิดนึง น้ำตาลจะละลายไปบ้างแต่ไม่หมด แล้วค่อยๆเทเนยลงไป แล้วตีให้เข้ากัน จากนั้น
ใส่แป้ง ผงโกโก้ที่ร่อนแล้วลงไป ตะล่อมให้แป้งเข้ากับของเหลวดีแต่ไม่ต้องนาน  ใส่ช๊อคโกแล็ตชิปกับเม็ดมะม่วงลงไป ผสมให้พอเข้ากัน ส่วนผสมที่ได้จะไม่ข้นหนืดมากนะคะ จะเหลวพอเทได้ จัดการ
เทใส่ถาด ที่รองด้วยกระดาษไขรองอบ อบประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าขนมจะสุก ถ้าใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มดูจะมีเศษขนมนิดหน่อยไม่ได้แห้งหรือแฉะเหลวติดไม้ เอาออกจากเตาพักให้เย็นสนิทก่อนตัดค่ะ

       ถ้าเตาดีๆอุณภูมิถูกต้อง ขนมจะหน้ากรอบร่อนสวยเลยค่ะ แต่ที่ทำได้กับเตาติ้งอุณหภูมิแกว่งไกวไปมา หน้าจะกรอบแบบหนาๆหน่อย ส่วนขนมจะเตี้ยตรงกลางสูงเฉพาะขอบๆไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แล้วอบไปเกือบ22นาทีค่ะ เพราะไม่ชอบแบบฉ่ำๆชอบให้แห้งๆหน่อยมากกว่า เป็นความชอบส่วนตัวจริงๆ ตอนอบเสร็จรอเย็นแล้วชิมดู จะไม่หวานเอาซะเลย แต่หลังจากเข้าตู้เย็นไป4ชั่วโมง ขนมจะแน่นขึ้นและหวาพอดีๆค่ะ อร่อยเลย แต่ทีเด็ดอยู่ที่ก้นขนม มันกรอบหนึบๆอ่ะ เม็ดมะม่วงจมอยู่ที่ก้นหมด แล้วช๊อคโกแลตชิพที่ตกลงมาที่ก้นตอนอบจะละลายบางส่วนรอบๆนอก เป็นเหมือน fudge เล็กๆ โหย มีความสุขกับการละเลียดขนมมากๆค่ะ  ไม่อยากบอกว่าถาดที่เห็นในรูปทานคนเดียวนะคะนั่น อ้วนเลยวันนี้ อีกถาดยกให้หลานๆ มีแอบบ่นว่าเข้มข้นแต่ก็หม่ำกันจนเกลี้ยง 
(ของดำเนี่ยถ่ายรูปยากจริงๆนะ ยิ่งไม่มีฝีมือการถ่ายภาพด้วยอ่ะ--*)


      ถ้ามีเตาอบดีๆเมื่อไรจะลองทำให้ได้หน้ากรอบร่อนเหมือต้นฉบับค่ะ ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ (แล้วเมื่อไรจะมีกับเขาล่ะเตาอบหน่ะ ) ก่อนไปขอโชว์อีกรูป จะเห็นว่าสูงข้างต่ำข้าง เป็นความสาารถเฉพาะบุคคลนะคะ ห้ามเลียนแบบ อิอิ





read more»
0 comments

ห่อหมกปลาช่อน : Steamed fish with curry paste

ห่อหมกปลาช่อน
Steamed fish with curry paste


       วันนี้หลังจากกลับเข้าบ้านมาก็หัวฟูเลยค่ะ บรรดาสมุนเหมียวเด็กๆ 3 ตัว เล่นกันซะครัวกระจุยเลย วัยกำลังซน ปีนนั่น กระโดดขึ้นนี่ เล่นฟัดกันจนของบนโต๊ะบนชั้นตกลงพื้นกระจายไม่มีชิ้นดีเลย ตอนกลับมาเห็นเนี่ยแทบทรุดค่ะ มีจานแตกด้วย ตาเราเป็นนางมารเลยนะตอนนั้น ดุ3เหมียวใหญ่เลย พวกมันก็นั่งมองตาปริบๆ คงรู้แหละว่าทำผิด พอเก็บของเสร็จ ก็ขึ้นไปอาบน้ำจะลงมาทำกับข้าว ได้ยินเสียงน้าเรียกอยู่หน้าบ้าน รีบแต่งตัวไปหา ปรากฏว่าได้กับข้าวเป็นห่อหมกมาค่ะ โหย นาทีนั้น ทุกอย่างที่เซ็งๆมาหายวับเลย^^ ดูเห็นแก่ของฟรีเนอะ ฮ่าๆ จะไม่ดีใจยังไงไหวค่ะ เพราะห่อหมกฝีมือน้าอร่อยมาก ทำทีไรหมดตลอด แล้วไม่ทำบ่อยด้วยนะ เห็นห่อหมกใส่จานมาแล้วยิ้มแก้มปริเลย กับข้าวไม่ต้องทำ แต่มีของอร่อยกิน มีความสุขละ อิอิ ส่วนตัวเคยลองทำห่อหมกหมูใบยอค่ะ กะๆเอา คุณแม่ก็บอกว่าอร่อยนะแต่ส่วนตัวคิดว่าเนื้อมันยังไม่เท่าที่เขาขายๆกัน มันยังแน่นไปหน่อย แต่ห่อหมกปลาเนี่ยไม่เคยคิดทำเองเลยค่ะ เพราะที่บ้านไม่ค่อยทานปลากัน แล้วกลัวจะทำปลาด้วยแหละ ไม่ชอบที่ตัวมันแฉะๆลื่นๆ บรื๊อ งั้นเอาวิธีทำจากคุณน้าไปแทนแล้วกันนะคะ ได้ส่วนประกอบมาคร่าวๆค่ะ ไม่มีรูปวิธีทำ


ส่วนประกอบ(คร่าวๆ)

เนื้อปลาช่อนแกะแล้ว 200 กรัม
พริกแกงแดง 2ช้อนโต๊ะ
หัวกะทิ 2 ถ้วย
หัวกะทิ ไว้ราดหน้า 1/2 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ข้าวสาร 1 ชช.
น้ำปลา
น้ำตาลทราย(ถ้าใช้กะทิคั้นสด จะได้ความหวานอยู่แล้วอาจไม่ต้องใส่ค่ะ)
ใบมะกรูดซอย 3-4 ใบ
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบๆ 2-3 เม็ด


      อย่างแรกเลยให้เอาเนื้อปลาที่สุกแล้วมาใส่ครกตำจนแหลกเกือบๆจะฟูนิดหน่อย แล้วพักไว้ เอากะทิ กับพริกแกงใส่อ่างผสม คนๆให้พริกแกงกระจายตัวไม่เป็นก้อนๆ ใส่เนื้อปลาลงไป คนๆให้เนื้อปลาเข้ากับพริกแกงและกะทิ คนนานหน่อยนะคะ น้าบอกว่าเนื้อปลาช่อนจะแน่น ถ้าคนไม่ดี นึ่งแล้วจะรวมเป็นก้อนๆไม่อร่อยค่ะ ระหว่างคนก็ตั้งซึ้งใส่น้ำสัก1/2นึง ตั้งให้เดือดจัดๆรอไว้เลย อ้อ เตรียมกระทงที่จะใส่ห่อหมกด้วยค่ะ ขนาดตามฐานะและศรัทธา (น้าบอกอย่างนี้จริงนะเนี่ย) ถ้าไม่มี ใช้ชามทนร้อนก็ได้ พอเนื้อปลากระจายทั่วๆ ส่วนผสมจะข้นๆหน่อย ให้ตอกไข่ลงไป แล้วยีๆให้ทั่ว เติมน้ำปลา น้ำตาล เกลือ แล้วแบ่งไปใส่ชาม เวฟให้สุกแล้วชิมค่ะ น้าบอกว่าไม่ได้ตวงว่าใส่อะไรเท่าไร อาศัยชิมเอาล้วนๆ อิอิ อร่อยแล้วใส่ใบมะกรูดซอยลงไป คนๆให้เข้ากันดี
       ทีนี้มาจัดการกับผักรองกันบ้าง วันนี้ใช้ผักกาดขาวค่ะ ใครชอบใบโหระพาหรือใบยอก็ได้นะคะ ล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆ เอาไปลวกก่อนแล้วบีบน้ำออกใ้หมด ไม่งั้นนึ่งแล้วน้ำจะท่วมห่อหมกเราค่ะ ได้แล้วเอามารองก้นกระทงไว้(ใส่มากก็ประหยัดเนื้อห่อหมกนะ...คุณน้าบอกอีกแล้ว) ตักส่วนผสมห่อหมกราดลงไปให้เกือบเต็มถ้วย วางเรียงบนลังถึง นึ่งไฟแรงจนสุก ประมาณ20นาที จะรู้ว่าสุกไหม ให้เอาไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางค่ะ ถ้าไม่มีน้ำเหลวขึ้นมาก็คือสุก สุกแล้วให้เอากะทิที่เคียวกับแป้งข้าวเจ้า2ช้อนโต๊ะจนแป้งสุกมาราดด้านบน โรยพริกแดงกับใบมะกรูดซอยนิดหน่อย นึ่งต่ออีก3นาที  พร้อมหม่ำล่ะค่ะ


read more»
0 comments

ผัดขนมจีน : Rice vermicelli stir-fried


ผัดขนมจีน
Rice vermicelli stir-fried


         วันก่อนคุณแม่ซื้อขนมจีนมาทานค่ะ แต่เป็นมื้อเย็น ซื้อมา1ถาดพลาสติกแบบที่เขานิยมขายกันสมัยนี้ แต่วันนั้นไม่อยู่บ้านค่ะ เลยเหลือเส้นขนมจีนเยอะมาก นอนตากแอร์ในตู้เย็นอยู่หลายวัน จะทิ้งก็เสียดาย จะเอามาทานกับแกงอีกก็แข็งด้านเกินไป นึกไปนึกมา เคยทานผัดขนมจีนอยู่นะ นั่งระลึกรสชาติอยู่ทั้งวัน เอาล่ะ วันนี้จะลองทำผัดขนมจีนฉบับบ้านๆดูสักตั้งค่ะ ทั้งหมดนี้เกิดจากการมั่วนะคะ ออกตัวไว้ก่อนเลย 555+ รสชาติออกมาพอได้ค่ะ ไม่เหมือนซะทีเดียว แต่ไม่แย่ ทุกคนทานได้หมดอยู่นะ เอาเป็นว่าใครลองทำก็ปรับสูตรให้ถูกใจถูกปากเป็นพอ จริงมั๊ย อิอิ

ส่วนประกอบ

เส้นขนมจีน 4 -5 จับ
ไส้กรอก 2 ชิ้นยาว
หมูสับ 1 ช้อนโต๊ะ
ลูกชิ้นหมู 4 ลูกผ่าครึ่ง
กะหล่ำปลีซอย 1/2 หัวเล็ก
ต้นหอมหั่นท่อน
เครื่องเคียง  : กุนเชียงทอด และ หมูหยอง

ส่วนผสมของซอสโดยประมาณ

พริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ1/4 ช้อนชา
น้ำตาล 1 1/2  ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงรสรสหมู/ไก่ 1 ช้อนชา
ซีอิ้วดำหวาน2หยด
น้ำสะอาด 3ช้อนโต๊ะ

      นำขนมจีนออกจากตู้เย็นมาวางให้คลายเย็นนิดนึงค่ะ เราไปจัดการกับเนื้อสัตว์ทั้งหลาย (ต้นฉบับใช้หมูยอนะคะ แต่เราไม่มีอ่ะ มีไส้กรอกเนยอยู่ ซึ่งไม่อร่อย เลยจับมาผสมๆกันซ้า) หั่นเป็นชิ้นตามชอบเลยค่ะ แล้วล้างผัก กระหล่ำปลีวันนี้ใช้กระหล่ำหัวใจเพราะกรอบหวานดี นำมาซอยบางๆ ส่วนต้นหอมก็ตัดโคนทิ้งแล้วหั่นเป็นท่อน1นิ้ว ตรงโคนขาวๆถ้าใหญ่มากก็แบ่ง1/2ซะ  เจ้ากุนเชียงก็หั่นบางๆแล้วนำไปทอด แต่วันนี้ใช้แนบกับกระทะแบนๆแทนค่ะ ทอดทีไรเกือบไหม้ตลอด--* ได้ทุกอย่างแล้วไปผสมซอสแล้วลองชิมดู ที่เคยกินมาจะหวานๆหน่อย แต่ทำเองไม่ชอบหวานเลยใส่น้ำตาลน้อยหน่อย มันจะมีรสหวานจากพริกเผาอยู่บ้างขึ้นกับว่าใช้ยี่ห้ออะไรนะคะ ลองคนๆให้ละลายแล้วชิมตามใจ ได้แล้วเติมน้ำสะอาดลงไปอีกคนๆแล้วพักไว้ค่ะ


      ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมัน2ช้อนโต๊ะ พอน้ำมันร้อนดี แล้วใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดๆ จะเห็นว่ามีหมูสับในกระทะด้วยแต่ในรูปส่วนประกอบไม่มี 555+ อยากทานก็เลยใส่ค่ะ ไม่มีอะไรหรอก ผัดพอตึงๆใส่กระหล่ำปลีซอยลงไป ผัดให้ผักสีสดขึ้นและสลบลง แล้วใส่ขนมจีน ใช้ตะหลิวตัดให้สั้นซักหน่อย แต่ไม่ต้องมากเดี๋ยวผัดๆไปเส้นจะแหลกและขาดเองอีกเยอะค่ะ ผัดให้ทั่วๆเทซอสลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากับขนมจีน เร่งไฟให้เส้นดูดซอสเข้าไปให้หมด พอเริ่มแห้งๆ ลองชิมดูค่ะ รสจะอ่อนลงอีกหน่อย ขาดเหลืออะไรก็ใส่เลย แล้วใส่ต้นหอมลงไปเป็นอย่างสุดท้าย คลุกเบาๆปิดไฟ ตักใส่จาน เคียงด้วยกุนเชียงทอด ใครมีหมูหยองก็โรยด้านบนได้เลยค่ะ (แต่ถ้าทานกับหมูหยองแนะนำว่าปรุงให้อ่อนเค็มและหวานลงนิดนึงจะพอดีกว่านะคะ)


        เป็นยังไงบ้างค่ะ พอจะคล้ายๆไหม


     มีสมุนเหมียวมาขอชิมด้วยอ่ะ 555+


read more»
0 comments

Hawaii bread : soft&delicious potato bread

Hawaii bread 
soft&delicious potato bread , ขนมปังมันฝรั่งนุ่มนิ่มหวานหอม



         หมาน้อยมีขนมปังอร่อยๆมาฝากคร๊าบบบ โฮ่งๆๆๆๆ
นวดขนมปังอีกแล้วล่ะค่ะ เป็น Breadaholic ของแท้ อิอิ สนุกและมีความสุขทุกครั้งที่ได้นวดขนมปัง ได้เห็นก้อนขนมปังโต โต๊ และโต ได้ดมกลิ่นขนมปังหอมๆจากเตา อื้ม และวันนี้เป็นขนมปังมันฝรั่งด้วยค่ะ ได้มันฝรั่งฟรีมาค่ะ คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรกับมันดี เลยจัดการปองร้ายแปรรูปมาเป็นขนมปังซะ เหมือนขนมปังของยามาซากิไงคะ ที่ซองจะเขียนว่า Hawaii bread แหละ ก็ไม่รู็ว่ามันฮาวายตรงไหนน้อ ส่วนสูตรได้มาจากบล๊อกของคุณหน่อง ณ บล๊อกแก๊งค์ค่ะ ปรับนิดหน่อย ออกมานุ่มนิ่มอร่อยเลย แต่ส่วนตัวไม่ชอบรสชาติของนมผงเท่าไร ถ้าทำอีกก็คงไม่ใส่ค่ะ แต่รวมๆแล้วรับประกันได้ว่าอร่อย และ นิ่มไม่แพ้ของยามาซากิแน่ๆ อยากให้ลองค่ะ นวดมือไม่ยากด้วยนะ เพราะไม่มีของเหลวเลย 

         อวดเนื้อขนมปังค่ะ กัดไปแล้ว ฟูเด้งกลับมาเหมือนเดิมแต่คงทดสอบความนิ่มแบบต้นฉบับไม่ได้นะคะ เตาใหญ่ไม่พอจะอบเป็นก้อนกลมใหญ่ค่ะ เนื้อจะไม่เหนียวนุ่มมากเป็นขนมปังนิ่มที่ไม่หวานเกินไป มีงาดำโรยที่หน้านิดหน่อย หอม นุ่ม อร่อย สุดๆค่ะ




ส่วนประกอบ

แป้งขนมปัง 250 กรัม
น้ำตาลทราย 60 กรัม (ใส่ 64 กรัมค่ะ)
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ยีสต์ 1 1/4 ช้อนชา
เนยจืด 40 กรัม
นมผง 20 กรัม
ไข่ไก่เบอร์2 1ฟอง
มันฝรั่งสุกบด 150 กรัม (ใส่ 200 กรัมค่ะ)
(เพิ่ม vanilla extract 1 ช้อนชาค่ะ)

** ได้ทำครั้งที่2 ลองปรับส่วนผสมจากเนยสด 40กรัม เป็นเนยสด20กรัม+น้ำมันคาโนล่า 20กรัม ปรากฏว่านวดง่ายขึ้นมากและเนียนกว่า เนื้อขนมนุ่มนิ่มฟูเท่าๆกัน รสชาติเท่ากันๆค่ะ บอกไว้เผื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนนวดมือและต้องการคุมคอเลสเตอรอลด้วย**


      วิธีทำจะต่างจากต้นฉบับนิดหน่อยค่ะเพราะนวดมือ มาเริ่มกันเลยเนอะ ปอกเปลือกมันฝรั่ง ใช้ประมาณ2หัวเล็กๆหนัก 200 กรัมไม่รวมเปลือกค่ะ ตัดตาออกให้หมดล้างแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆนำไปต้มจนสุก เทบนกระชอนให้สะเด็ดน้ำและนำมาบดละเอียด พักไว้ค่ะ


     นำแป้ง น้ำตาล นมผง เทลงอ่างผสม ใช้ไม้พายผสมให้เข้ากัน โรยยีสต์ลงตรงกลาง โรยเกลือไว้ข้างอ่าง แล้วใส่ไช่ลงไป ใช้ไม้พายคนผสมให้กระจายตัวดี ใส่มันฝรั่ง แล้วนวดมือให้มันกระจายทั่วแป้ง ตามด้วยเนยค่ะ นวดจนเนียนดี ไม่ติดมือและอ่าง พักให้อ่างทาไขมันบางๆคลุมพลาสติกจนขึ้น 2 เท่า ประมาณ 60 นาที ได้แล้วชกลมออกเบาๆ แบ่งเป็นก้อนๆละ 20 กรัมคลึงกลมวางบนกระดาษรองอบ หรือถาดทาเนยขาวบางๆ ทิ้งให้ขึ้นเกือบ2เท่า 30-45นาที ถ้าชอบสีเข้มๆให้ทา egg wash หรือนมสดก่อนนำเข้าอบที่350 F (วอร์มเตาก่อน 15 นาทีค่ะ) อบ12-15นาที จนสีด้านบนเหลืองสวยดี นำออกมาทาเนยละลาย


   ได้มาทั้งหมด 18 ก้อนพอดีค่ะ ก้อนน้องๆซาลาเปาเลย 55+ ตอนออกจากเตาใหม่ๆ นิ่มมาก ฉีกแล้วฟูฟ่องเบาละลายในปากเลย

  
     กัดโชว์ก้อนที่ 2 พอถ่ายรูปเสร็จก็หมดไป2ชิ้นแล้วค่ะ อั้มๆๆๆๆ^^



read more»
0 comments

Mamon Flipino Sponge Cake

Mamon Filipino Sponge Cake
โฮมเมดมาม่อนเค้ก


        เคยทานเค้กแบบที่หยุดไม่ได้ไหมค่ะ ชิ้นแล้วชิ้นเล่า ทั้งเบาและนุ่ม หวานพอดีๆ กินหาย กินหาย เนี่ยแหละ ความรู้สึกของมาม่อน เค้กที่หาทานง่ายนะ แถวๆบ้านก็มีร้านที่ขายเฉพาะมาม่อนอยู่เหมือนกัน แต่เราไม่ซื้อค่ะ ถูกใจรสชาติที่ทำเองอยู่แล้ว ฮ่าๆ หลงตัวเองอ่ะเนอะ
         มาม่อน เป็นเค้กสัญชาติฟิลิปปินส์ตามชื่อเขาแหละค่ะ จริงๆมันก็คือ Yellow sponge cake อย่างหนึ่ง วิธีทำไม่ยากเลย แล้วสามารถโรยหน้าด้วยชีสหรือฝอยทองได้อีก จากประสบการณ์ 4 รอบที่ลงมือทำ ครั้งแรกเป็นสูตรน้ำมัน ไข่ 6 ฟอง ออกมานุ่มนิ่มเบาอร่อยที่สุด รักสูตรนี้มากๆ ต่อมาสูตรน้ำมัน ไข่3 ฟอง แต่ผลไม่ประทับใจเท่าไรค่ะ เพราะรู้สึกว่าเค้กไม่ฟูสูงเอาซะเลย และโอกาสยุบหลังอบสูงมาก สูตรสุดท้าย สูตรเนยไข่3ฟอง ออกมาจะเบาสู้น้ำมันไม่ได้ แต่หอมเนย รสชาติจะเข้มข้นกว่านิดหน่อย แต่โอกาสเป็นไตก็สูงด้วย สรุปว่ารักสูตรแรกสุดๆแล้วค่ะ  สุดท้ายลองทำมาม่อนมะพร้าวอ่อนค่ะ ในสูตรคือไม่มีของเหลวอื่นแม้กระทั่งน้ำเปล่าหรอกนะคะ แต่ลองเอามะพร้าวพร้อมเนื้อประมาณ1/2ถ้วยเติมลงไป ผลลัพท์หอมอร่อยมาก แต่เนื้อขนมจะไม่ฟูเท่าสูตรปกติ อันนี้คงต้องปรับปรุงกันต่อไป เพราะที่เขาขายก็มีมาม่อนกาแฟ มาม่อนนมสด โอ๊ยสารพัด ยังไม่รู้ว่าเขาใส่ของเหลวเท่าไรแน่ ยังต้องศึกษาค่ะงานนี้ สู้ๆ เพื่อของอร่อยล่ะ แต่ทานบ่อยก็ไม่ดีเนอะ โคเลสเตอรอลทั้งนั้น ถึงแม้จะใช้ canola oil ก็ตาม 

ส่วนประกอบ

Adapted from Mamon Filipino Sponge Cake Recipe


แป้งเค้ก 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย 
น้ำมันคาโนล่า 1/2 ถ้วย
ไข่แดง 6 ฟอง
ไข่ขาว 6 ฟอง
cream of tarta 1 ช้อนชา
ผงฟู 1 ช้อนชา
Vanilla extract 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

       วอร์มเตาอบที่ 350°F.
  • ร่อนแป้ง ผงฟู แล้วพักไว้
  • ผสมไข่แดง เกลือ และ น้ำมันพืชด้วยตะกร้อมือให้พอเข้ากัน อย่านานนะคะเพราะจะเหนียวได้ค่ะ
  • ตีไข่ขาวด้วยตะกร้อมือหรือเครื่องผสมให้เป็นฟองละเอียด แล้วใส่ cream of tarta ตีจนฟองละเอียดมากและข้นฟู ทยอยใส่น้ำตาลลงไปทีละน้อย ตีจนตั้งยอดอ่อนแบบ Firm soft peak ค่ะ ถ้ายอดแข็งเกินไป ขนมจะหยาบ

  • ได้แล้ว ตะล่อมส่วนของไข่ขาวทีละน้อยลงในส่วนของไข่แดง (แต่เพื่อความสะดวกเลยทำสลับกัน 55+) ทำเบาๆแต่เร็วนะคะ ให้เข้ากันดีทั่ว ระวังก้นอ่างจะเหลือไข่ขาวนะ ได้แล้วตักใส่พิมพ์ 2/3 ของความสูง (ควรใช้พิมพ์ที่มีขอบให้ขนมไต่ ถ้าพิมพ์กระดาษสูงพอดีขอบพิมพ์ด้านนอก ให้ตักแค่1/2 เดียวของความสูงค่ะ ) แล้วนำเข้าอบ 10-12 นาที จริงๆตรงนี้อยากให้เฝ้าเตาอบเพราะเตาแต่ละคนก็คนละแบบ สังเกตว่าหน้าขนมเริ่มแห้ง ลองเอาไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางดูว่าแฉะติดไม้มั๊ย ถ้าไม่ ก็เอาออกได้แล้วค่ะ แล้วรีบคว่ำลงบนตะแกรงแล้วหงายขึนทันที ขนมจะไม่ยุบมาก 

         ให้ดูความสูงของขนมค่ะ อันนี้สูตรนี้เลย แต่ใช้กระดาษห่อชิฟฟอนมารองในถ้วยขันข้าวขนาด 10 ซม. ใส่แบทเทอร์ไปเท่าความสูงของขอบกระดาษล่าง ขนมฟูสูงเท่าความสูงพิมพ์เลย เนื้อนุ่มฟูและเบามาก



ส่วนอันนี้เป็นเนื้อขนมของสูตรไข่3ฟอง เนื้อสูงแค่ของกระดาษฟอยด์เอง หน้ายุบนิดหน่อย แต่นุ่มอยู่ค่ะ
ผลงานล๊อตเดียวกับรูปบนสุด



read more»
0 comments

Aunt Marie's Dinner Rolls


Aunt Marie's Dinner Rolls 
ขนมปังดินเนอร์โรลแสนนิ่ม


       นวดขนมปังทานเองอีกแล้วค่ะ ขยันเนอะ ฮ่า ๆจริงแล้วต้องสารภาพว่า ขี้เกียจต่างหาก ขี้เกียจออกไปซื้อขนมปังข้างนอกค่ะ ขี้เกียจขี่รถ แต่ไม่ขี้เกียจนวดขนมปังเอง 
        ตอนแรกก็ตั้งใจจะทำดินเนอร์โรลสูตรเดิมที่เคยทำ แต่ก็อยากลองสูตรใหม่ๆด้วย ชั่งใจแล้วตัดสินใจลองของดีกว่า ก็หาได้มาเป็นAunt Marie's Dinner Rolls ที่แทบจะทุกเว็บต้องมีคนลงสูตรไว้ อืม แสดงว่าอร่อยแน่ๆเลย จัดไปค่ะ นวด นวด และ นวด
         หลังจากลงมือปฏิบัติการ ก็พบว่า นวดมือยากมากเลย เพราะสัดส่วนของแห้งต่อของเหลวเยอะทีเดียว ขนาว่าไม่ได้ใส่ของเหลวเต็มสูตรที่ลงไว้ แต่เพราะแบบนี้ขนมปังจึงออกมานุ่มนิ่มมากค่ะ ยิ่งตอนร้อนๆนะ นิ่มมากมาย ใครรักขนมปังนิ่มคงถูกใจ แต่ส่วนตัวชอบขนมปังนุ่มเหนียวมากกว่า คือเหนียวแบบฉีกแล้วเป็นใยขนมปังตามมา ไม่ได้ขาดออกจากกันรอยไหนรอยนั้น กัดแล้วเด้งคืน แต่ไม่แข็งไม่แน่น ซึ่งขนมปังตัวนี้ไม่ตอบโจทย์ค่ะ แต่อร่อยนะ ไม่หวาน สรุปว่าให้6/10 ค่ะ ที่หักเยอะ เพราะนวดยาก เอ๊ะ หรือเพราะเรานวดไม่ดีพอหว่า อิอิ



ส่วนประกอบ

แป้งสาลีอเนกประสงค์  4 1/2 ถ้วย
นมสด  1 ถ้วยเนยเค็ม  1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย  1/4 ถ้วย
เกลือป่น  1 1/4 ช้อนชา
ยีสต์    2 1/2 ช้อนชา
น้ำอุ่น   1 ถ้วย


 *จะขออธิบายวิธีทำตามที่ถนัดนะคะ ใครใช้เครื่องนวดให้ดูจากลิงค์ได้เลย

        ผสมแป้ง น้ำตาลและยีสต์ลงในอ่างผสม คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ แล้วใส่เกลือ จากนั้นเทของเหลงลงไปตรงกลางค่ะ (ใช้น้ำไป3/4ถ้วย แต่คิดว่าโดยังแฉะอยู่มากเลย ดังนั้นใครนวดมือแนะนำว่าค่อยๆใส่น้ำทีละน้อยแล้วนวดดูก่อนจะดีที่สุด) ใช้ไม้พายคนผสมให้แป้งดูดซับน้ำให้หมด แล้วพักไว้10นาที จากนั้นใส่เนยลงไปนวดผสมจนเนียน หยืดหยุ่นดี ไม่ติดมือและอ่าง (ต้นฉบับจะเอาเนยไปละลายแล้วใส่ตอนแรกนะคะ )

          พักแป้งให้ขึ้นรอบแรกในอ่างทาไขมันบางๆ คลุมด้วยพลาสติก ประมาณ 1 ฃั่วโมง แล้วเช็คว่าแป้งขึ้นเต็มที่หรือยังโดยการใช้นิ้มจิ้มลงไป(ศัพท์ตัวเองเรียกว่าทำสะดือแป้ง อิอิ)  ถ้าแป้งไม่เด้งคืนทันที แสดงว่าใช้ได้แล้วค่ะ จับมาชกลมออกเบาๆ แบ่งเป็นก้อนๆละ 55 กรัม คลึงกลมพักให้ขึ้นเกือบๆ2เท่า อีก 30-45 นาที ทาด้วย Egg wash (ไข่ 1ฟอง+นม 2 ชต)หรือนมสด นำเข้าอบที่ 350 F/ 175  C (อย่าลืมวอร์มเตาไว้ก่อน 15 นาทีนะคะ สำคัญมากเลย)  อบจนขนมปังเหลืองดี นำออกมาทาเนยละลายเพื่อความเงาสวย ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องทาค่ะ

              พอดีมีหมูหยองอยู่เลยจับมาผัดกับพริกเผาแล้วปาดเป็นไส้ค่ะ 
(ไม่รู้จะจัดองค์ประกอบภาพยังไงดี พร๊อพไม่มี 


             ขนมปังไม่หวาน แต่อร่อยตามประสาขนมปังนิ่มๆนะคะ ถ้าทิ้งไว้1คืน จะเฟริ์มขึ้นแต่ไม่แข็งหรือแห้ง ขนมปังแบบนี้เหมาะจะทาเนยมากกว่าทำเป็นขนมปังใส่ไส้ เอ๊ะ ดินเนอร์โรลเขาก็ทาเนยทานกันอยู่แล้วเนอะ ฮ่าๆ เอ๋อจริงๆเรา

read more»
0 comments

แกงจืดแตงกวายัดไส้ : Stuff cucumber clear soup

แกงจืดแตงกวายัดไส้ 
Stuff cucumber clear soup


      ไม่รู้ทำไมในตู้เย็นมีแตงกวาเยอะมากกก ทั้งลูกเล็กลูกใหญ่นอนแอ้งแม้งในช่องผักกันอย่างสงบ มากจนไม่รู้ว่าเพราะมันถูกหรือเพราะว่าคุณแม่่อยากทานแตงกวากันแน่ ถามไปถามมาได้ความว่ามันถูกและได้แถม ฮ่าๆ 2 คำนี้ศักดิ์สิทธิ์จริงๆนะคะ ใครได้ยินจะต้องมือไม้อ่อน ใจง่ายหลงซื้อของเพราะคำนี้เลย 


        เมนูกำจัดแตงกวา ก็จัดไปแล้วทั้งเป็นผักแกล้มกับน้ำพริกต่างๆ ก็แล้ว ผัดแตงกวาก็แล้ว เอาล่ะ ถึงคิวของแกงจืดแตงกวาแล้วค่ะ มามะ มาทำแกงจืด(แกงจืดอีกแล้ว ><") กันเถอะ


ส่วนประกอบ
แตงกวาลูกใหญ่ 2 ลูก
หมูสับละเอียด 120 กรัม
แครอทเล็กน้อย
รากผักชี 2 รากเล็กๆ
กระเทียม 1 กลีบกลาง
พริกไทยป่น,เกลือป่น,ซุปหมูก้อน,น้ำปลา
น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง



    ล้างแ้ตงกวาแล้วปอกเปลือกแตงกวาค่ะ ถ้าอยากให้เป็นริ้วๆ ก็ปอกเว้นให้เหลือเปลือกเป็นช่วงๆ หรือจะจักรอบๆก็สวยดี เสร็จแล้ว ตัดแบ่งให้ได้ 3 ท่อน ใช้ปลายช้อนควักไส้แตงกวาทิ้งไป เอาออกให้หมดนะคะล้างอีกรอบ พักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นเอารากผักชีที่ล้างสะอาดตำกับกระเทียมให้ละเอียด มาหมักกับหมูสับ เติมพริกไทย น้ำปลานิดหน่อย และแครอทหั่นเต๋าชิ้นเล็กๆ


       เอาหมูสับที่หมักแล้วยัดลงไปในแตงกวาค่ะ ยัดให้น้อยกว่าความสูงของแตงกวาแต่ละท่อนนิดนึง เพราะเวลาสุกแล้วมันจะได้สวยพอดีไม่ทะลักออกมามาก แบบนี้


       ตั้งน้ำในหม้อ ใส่ซุปก้อนลงไป 1 ก้อน ตามด้วยเกลือ 1 ช้อนชา พอน้ำเดือด ปั้นหมูที่เหลือใส่ลงไป ตามด้วยแตงกวา ช้อนฟองออก แล้ว เบาไฟเป็นไฟกลาง ต้มจนแตงกวาสุก จะเห็นว่าสีใสขึ้นและนิ่ม ปรุงรสเพิ่มให้ได้รสชาติที่ชอบด้วยน้ำปลา ปิดไฟโรยพริกไทยอีกนิด  ตักใส่ถ้วยค่ะ
       อร่อยจริงๆนะ หมดถ้วยนี้หม่ำคนเดียวเลยค่ะ อิอิ






read more»
0 comments
.
Morningglory Khae. ขับเคลื่อนโดย Blogger.