หมี่ผัดผักกระเฉด


หมี่ผัดผักกระเฉด

 
    ไม่เคยทานหรอกค่ะ หมี่ผัดผักกระเฉดครัวเจ๊ง้อ แต่วันนี้เรามีหมี่ครัวบ้านๆมาฝากค่ะ ไม่มีสูตรตายตัวนะ คะ อาศัยชิมล้วนๆ อร่อยมากขอบอกเพราะชิมเยอะมากๆ อิอิ แต่ติดที่ใช่เส้นหมี่สดก็เลยขาดง่ายมาก ผัดไปชิมไป เส้นขาดหมดเลย แหะๆ แล้วดันทำซะเยอะรอบเดียว กะเอาไปแจกบ้านน้าๆว่างั้น ก้เลยไม่มีรอบแก้ตัว


พอเอาไปให้น้าชิม น้าชมด้วยแหละคะว่าอร่อยกว่าครัวเจ๊ง้อที่เคยกินอีก เดาว่าคงเพราะเครื่องเยอะแน่ๆ ฮ่าาา มาค่ะ มาลงมือกัน รู้แล้วว่าหิวใช้ม้า



ส่วนประกอบ

เส้นหมี่ขาว
ผักกระเฉดอ่อนๆ
กุ้งสด
หมูสับหยาบ
มันกุ้ง
แครอทหั่นเต๋า
พริกสด
กระเทียม
น้ำมันหอย/น้ำปลา/ซอสปรุงรส/น้ำตาลทราย/ผงปรุงรสรสหมู





  
เตรียมของค่ะ ถ้าใช้เส้นหมี่แห้งก็แช่น้ำเอาไว้ให้นุ่ม
เด็ดผักกระเฉดค่ะ พยายามเลือกอ่อนๆ ได้แต่ยอดยิ่งดีค่ะ ขั้นตอนนี้แหละนานสุดแล้ว รูดๆเด็ดๆกว่าจะเสร็จ
เตรียมแกะกุ้งไว้หาง ผ่าหลังด้วยเพื่อความสวยงาม ปริมาณตามฐานะค่า แล้วเอามันกุ้งจากหัวกุ้งลงไปผัดในกระทะ เราก็จะได้มันกุ้งทำเองไว้ใช้แล้ว
แครอทก็จัดการหั่นเต๋าเล็กๆไว้ อันนี้เป็นออฟชั่นเสริมค่ะ สีสันจะได้สวย ใครจะไม่ใส่ก็ได้ไม่ว่ากัน
สุดท้ายละ ตำพริกกระเทียมเอาไว้ เผ้ดมากใส่พริกมาก เผ็ดน้อยก็ลดพริกลงซะ

     ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อน ใส่พริกกระเทียมตำลงไปผัด ผัดให้หอมฉุนไปสามบ้านเลย อารมณ์แบบผัดกระเพรานั่นแหละค่ะ  ใส่หมูบดลงผัด พอเริ่มขาวใส่มันกุ้ง ตรงนี้ใส่เพื่อสีสวยนะคะ แต่ชอบมากก็ใส่มากไม่ว่ากัน ผัดๆแล้วใส่กุ้ง ผัดพอกุ้งงอ เติมน้ำลงไปนิดหน่อย ก็เบาไฟ ปรุงรสค่ะ เอาให้จัดมากไว้ก่อน พอรสชาติได้ที่ เร่งไฟ ใส่เส้นหมี่ลงผัด ผัดจนเส้นหมี่สุกนุ่ม ถ้าเส้นยังแข็งอยู่ก็พรมน้ำลงไป พอหมี่สุก ใส่ผักกระเฉดลงผัดเร็วๆ ห้ามผัดนานจะเหนียว ผัดจนผักสลบก็ปิดไฟ ทานได้เลยค่ะ







read more»
0 comments

ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย : Deep fried spare rib with garlic and pepper

ซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทย
Deep fried spare rib with garlic and pepper


       เป็นครั้งแรกเลยค่ะ สำหรับจานนี้ ลองผิดลองถูกดู เพราะเหลือกระดูกหมูอยู่แค่นิดเดียวเอง จะตุ๋นก็เปลืองไฟ นั่งคิดไปคิดมา ลองทำแบบทอดดูดีกว่า ออกตัวก่อนว่าสูตรนี้เกิดจากการมั่ว ดูไว้เป็นไอเดียค่ะ ยังไม่ใช่ที่แนะนำ ลองมาดูแล้วกันว่าพอจะทานได้ไหม

ส่วนประกอบ
(สำหรับ 1 จาน)

กระดูกหมู 250กรัม
รากผักชี 2 ราก
กระเทียม 4 กลีบใหญ่
พริกไทยเม็ด 1 ช้นชาพูน
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงรสรสหมู 1 ช้อนชาพูน
น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำสัปปะรด 1 ช้อนโต๊ะ


ล้างกระดูกหมูแล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ


   ตำรากผักชี กระเทียมพริกไทย พร้อมกับเกลือ เอาพอหยาบๆค่ะ วันนี้มีรากผักชีเหี่ยวๆอยู่แค่ 1 รากก็เลยใส่ต้นที่ติดรากเล็กไปทั้งต้นเลย อิอิ ผลออกมาหอมผักชีมาก หอมยันน้ำมันที่ใช้ทอดเลย



           ได้แล้วตักลงในชามผสมที่เทกระดูกหมูไว้ ใส่เครื่องปรุงลงไป (ถ้าทำ ลองลดเครื่องปรุงลงครึ่งนึงค่ะ มันเข้มข้นเกินไป ฮ่าๆ สำหรับปริมาณกระดูกเท่านี้)
เอามือของเรานี้ล่ะ ขยำๆคลุกเคล้าให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ ขยำไปสัก 5 นาที สุดท้ายใส่น้ำสัปปะรดลงไป ที่ใส่ก็เอาจากเนื้อมาบีบลงไปค่ะ กลัวว่ามันจะเหนียวแล้วป๊ะกับแม่จะกัดไม่ออก อิอิ
รอบคอบป่ะล่ะ กร๊ากกกกกก
ขยำอีกรอบให้น้ำสัปปะรดเข้ากับเนื้อ(อย่าใส่มากค่ะ เดี๋ยวมีรสเปรี้ยวติดมา) หมักกระดูกในตู้เย็นช่องธรรมดาไว้อย่างต่ำ 30 นาที เราหมักไว้ 3 ชั่วโมงแหนะ

        พอจะทาน ก็ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเยอะๆสำหรับทอด รอจนน้ำมันร้อนจัดๆ เบาไฟเป็นไฟกลาง ค่อยๆเทกระดูกหมูที่หมักลงทอด ใส่ไปหมดทั้งกระเทียมพริกไทยเลยค่ะ ทอดจนเหลืองดี ส่วนกระเทียมคอยดู พอเหลือง
ก็ช้อนขึ้นใส่จานไว้ก่อน
ทอดจนสุก เนื้อจะหดลง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน ใส่จาน ใครชอบกระเทียมเจียวก็เจียวโรยไปเพิ่มค่ะ ของเราแค่นี้ละ ดึกแล้ว หิวข้าววววว


          สีดำไปนิด เนื้อหดไปหน่อย (ไม่หน่อยมั้ง) แต่ทานได้จริงๆนะคะ เนื้อเหนียวไม่มากอย่างที่คิด ป๊ะกับแม่กัดออก กลิ่นรากผักชีหอมม๊ากก แม่บอกว่าติดเค็มไปหน่อย คราวนี้คงต้องลดเกลืองลงเนอะ





read more»
0 comments

ข้าวผัดปู

ข้าวผัดปู


      ข้าวผัดปูเวอร์ชั่นคุณแม่ทำค่ะ ทำเลี้ยงแขกที่มาบ้าน ตอนซื้อเนื้อปูแกะแล้วมา มีแอบบ่นด้วยนะว่าแพง เอิ๊กๆ ผัดได้เยอะมากแต่พอแบ่งมาให้ลูกสาวเหลือนิดเดียวเอง ง่า


แม่ปลอบใจว่าไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวปีหน้าทำให้กินใหม่ แง๊









ส่วนประกอบ

ข้าวสวยเย็น 2 ถ้วย
เนื้อปูแกะแล้วปริมาณตามชอบ
หมูสับหยาบ
มะเขือเทศ
ต้นหอม
หอมหัวใหญ๋
แครอท
ไข่ไก่
กระเทียมสับละเอียด
ผงปรุงรส/น้ำปลา/ซอสปรุงรส/น้ำตาลทราย/น้ำมันหอย/พริกไทยป่น




     ล้างผักแล้วหั่นขนาดพอดีๆ พักไว้ค่ะ แครอทหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ส่วนเนื้อปูก็เลือกเอาส่วนแข็งๆที่ติดมาออกให้มากที่สุด ยีๆไม่ให้เป็นก้อน พักไว้ สุดท้ายสับกระเทียมค่ะ
     ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันมากสักนิด พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมลงเจียวให้หอมฟุ้ง ใส่ไข่ไก่ลงไป ยีไข่แดงให้เข้ากับไข่ขาวค่ะ เหมือนทำไข่เจียวเลย รอให้ไข่สุกแล้วยีให้เป็นชิ้นเล็กๆฟูๆ แล้วลงผักทั้งหมดยกเว้นต้นหอมลงไปผัดให้สุก
     ใส่เนื้อปูลงผัดให้เข้ากัน(อาจแบ่งไว้แต่งหน้าข้าวก็ได้นะคะ) จากนั้นปรุงรสค่ะ ให้รสจัดสักนิด พอเราส่ข้าวก็จะพอดี แต่ระวังแฉะด้วย อย่างวันนี้เตาแก๊สไม่ค่อยดี ออกแฉะ คุณแม่บ่นตลอดเลย
พอปรุงเสร็จ ใส่ข้าวลงผัด ยีๆให้ข้าวไม่เป็นก้อน เร่งไฟแรงให้ข้าวแห้ง พอได้ที่แล้วชิมค่ะ ขาดรสอะไรก็เติมแล้วผัดให้เข้ากัน สุดท้ายใส่ต้นหอมท่อนลงไป ผัดให้ทั่วๆ ปิดไฟ
ของเราเหลือเท่านี้ ไม่มีจานใส่ ใส่เบนโตะแล้วกัน  โรยด้วยผักชีอีกนิด ขอพริกซอยอีกหน่อย มีมะนาวก็ฝานมะนาวไว้บีบแก้เลี่ยน แนมด้วยต้นหอมอีกหน่อย อร่อยที่สุด


ทานไหมค่ะ

อร่อยนะ ฝึมือแม่

read more»
0 comments

ถั่วกรอบแก้วโกโก้

ถั่วกรอบแก้วโกโก้

   

          ทีแรกไปรื้อสูตรเก่าๆของคุณแม่มาจะทำค่ะ แต่พอไปอ่านหลังซองถั่วลิสงก็เลยทำตามหลังซองละกัน ออกมาเป็นของว่างทานเล่นๆที่เข้าท่าดีเหมือนกัน ลงทุนไม่มากแต่ได้มาเยอะแยะเลย ครั้งนี้ส่วนตัวคิดว่ายังต้องปรับปรุงค่ะ อย่างแรกเลยคือใส่งาช้าเกินไป ทำให้งาไม่ค่อยเกาะเมล็ดถั่วเท่าที่ควร และอยากลองทำด้วยผงโอวัลตินบ้าง การใช้โกโก้ อร่อยค่ะ เหมือนเคลือบช๊อคโกแลต แต่สีเข้มไปดูเผินๆเหมือนไหม้ พอทำแล้วเคยคิดว่ายาก แต่จริงๆไม่ยากเลย ทำง่ายและไม่ได้นานอย่างที่คิดไว้ค่ะ เอาไปลองทำเป็นของว่างติดบ้าน หรือทำฝากเพื่อนๆก็ดีค่ะ



ส่วนประกอบ
(สำหรับ 1 โหลแก้วใหญ่ๆ)
ถั่วลิสงดิบ 500 กรัม
น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
งาขาว 1 ถ้วย
ผงโกโก้หรือโอวัลติน 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 1/2 ตวง



   หลังซองเขาว่าอย่างนี้ค่า แขว่าผงโกโก้ใส่แค่ 1 ช้อนโต๊ะก็พอแล้ว ถ้าอยากได้สีอ่อนแบบที่เขาขายให้ใช้ผงโกโก้แบบสีอ่อน หรือโอวัลตินนะคะ
หากระทะหรือภาชนะปากกว้างมีด้ามจับถนัดมือมา 1 ใบ เทน้ำตาลทราย เกลือ ผงโกโก้ลงไป


      เติมน้ำสะอาดทีละน้อย พอละลายน้ำตาลได้ ใส่เยอะก็เสียเวลามากตามไปด้วย แขใส่ไม่ถึง 1/2 ถ้วยขาดไปนิดหน่อย คนๆให้ผงโกโก้ละลายแล้วยกขึ้นตั้งไฟ
      เทถั่วลิสงลงไป พอเดือด เบาไฟเป็นไฟกลาง คนๆไปเรื่อยจนน้ำเริ่มงวดลงเคลือบถั่ว เทงาขาวลงไปทีละน้อย คนๆแแล้วเทเพิ่มไปจนหมดให้งาเคลือบถั่วทั่วกัน กวนต่อจนแห้งค่ะ
ได้แล้วเทลงบนถาดใบใหญ่ๆ เกลี่ยไม่ให้เป็นก้อน ชั้นเดียว ตากให้เย็นลง เราก็จะได้ถั่วเคลือบโกโก้หอมๆอร่อยๆไว้ทานเพลินๆแล้ว
ปอลิง. สามารถเปลี่ยนเป็นถั่วอื่นๆเช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย และอื่นๆได้ แต่ต้องเลือกที่ผิวหยายหรือมีเปลือกนะคะ ไม่อย่างนั้นจะเคลือบไม่ติดค่ะ




โชว์ผลงาน
งาติดน้อยไปหน่อย เสียดายมากๆ



read more»
0 comments

กระท้อนทรงเครื่อง


กระท้อนทรงเครื่อง



    ผ่านหน้ากระท้อนมาหมาดๆ จะไม่มีเมนูกระท้อนเลยก้กระไรอยู่ใช่ไหมค่ะ วันนี้ก็มีกระท้อนทรงเครื่องมาฝากค่ะ 
เป็นกระท้อนลูกโตๆ สอยจากที่บ้านค่ะ ตอนแม่สั่งให้ผ่าเป็นแฉกๆ ไอ้เราก็ขี้เกียจเนอะ ผ่าซะใหญ่เลย ฮ่า ๆจนแม่ต้องสั่งให้ทำใหม่
กว่าจะได้กิน กว่าจะได้ชิมก็ผ่านไป 2 วันแหนะ ไม่มีรูปขั้นตอนนะคะ ลืมถ่ายอ่ะ









ส่วนประกอบ
(สัดส่วนต่อกระท้อน 2 ลูก)

กระท้อน 2 ลูก
กุ้งแห้ง
ถั่วลิสงคั่วใหม่บดหยาบ


น้ำราดทรงเครื่อง


น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
กะปิ 1/4 ช้อนชา
เกลือป่นเล็กน้อย



  เริ่มจากกระท้อนค่ะ ปอกเปลือกหนาๆออกล้างให้สะอาดแล้วใช้มีดคมๆ ผ่าเป็นแฉกเล็กๆถี่ๆแต่ลึกรอบลูกค่ะ  แต่ละแฉกหนาประมาณ 1/2 ซม. ได้แล้วก็แช่น้ำเกลือไว้เพื่อลดความฝาดของเนื้อและกันดำด้วย
อัตราส่วนก็กะว่าเทน้ำให้ท่วมลูกกระท้อน เติมเกลือป่นเล็กน้อย พอออกเค็มอ่อนๆ แช่ทิ้งข้ามคืน ตรงนี้ระวังนิดนึง ถ้าอากาศร้อนจัดๆจะบูดง่ายค่ะ แช่ตู้เย็นได้ก็ดี





   พอวันที่สอง เอาลูกกระท้อนขึ้นมาจากน้ำเกลือ บีบหัวและท้ายให้น้ำเกลืออกและให้ลูกบานออกสักนิด จะสวยมาก ล้างน้ำสะอาดนิดหน่อย พักไว้
   น้ำราดทรงเครื่อง
คั้วถั่วลิสงให้หอมแล้วเอามาบดหยาบๆ ถั่วคั่วใหม่ๆหอมมากเลยค่ะ จากนั้นก็เตรียมกุ้งแห้ง เลือกที่ไม่เค็มมากจะดีกว่า ขนาดตัวขึ้นกับความชอบ ปริมาณถั่วและกุ้งแห้งตามใจชอบได้เลยนะคะ
จากนั้นหาภาชนะย่อมๆสักใบ ใส่น้ำลงไป ตามด้วยเกลือ น้ำตาลปี๊บ ตั้งไฟกลางให้ละลายเป็นน้ำเชื่อม แล้วใส่กะปิ บี้ๆให้ละลาย พอเือดก็ชิมดูค่ะ ได้แล้วยกลงพักให้เย็น



      พอจะทานก็ตักราดลงบนกระท้อน โรยกุ้งแห้งและถั่วลิสง พร้อมทานค่ะ
ที่บ้านทำหลายลูกเลยค่ะ แจกไปบ้านละ 2-3 ลูก ได้คำชมเรื่องความหอมของถั่ว อิอิ รสชาติอร่อยค่ะเพราะแม่ทำ ฮ่าาาาาาา
ลองทำดูนะคะถ้ามีโอกาส กระท้อนเฉยๆทำกระท้อนลอยแก้วก็ได้ อร่อยชื่นใจค่ะ
read more»
0 comments

น้ำดอกอัญชัน และ ชาอัญชัน : butterfly pea punch

น้ำดอกอัญชัน และ ชาอัญชัน 
butterfly pea punch



       ช่วงนี้ที่บ้านมีดอกอัญชันออกเยอะมากเลยค่ะ ตอนแรกก็ปล่อยร่วงไปเรื่อยๆ แต่คุณแม่เสียดายเลยเก็บๆมา แขก็เลยเอาไปตากเพื่อทำเป็นชาอัญชันเก็บไว้ใช้
     
       วิธีตากก็ง่ายแสนง่ายค่ะ เก็บดอกอัญชันว่าไม่ต้องล้างนะคะ ตากชั้นเดียวเกลี่ยๆบนถาด เอาออกตากแดดจัดสัก 2 แดดจนแห้ง สังเกตด้วยนะคะว่าดอกอัญชันไม่เกาะเป็นกลุ่มๆ เพราะเสี่ยงต่อราขึ้นมาก
ลองจับดูถ้าแห้งออกกรอบๆหน่อยก็ใช้ได้ เก็บใส่โหลปิดสนิทกันลม เอาไว้ชงทานหรือคั้นเอาสีมาทำขนมได้อีกนานเลย
 มาชงเป็นน้ำอัญชันทานแก้ร้อนกันดีกว่า









ส่วนประกอบ

ดอกอัญชันสด 10 ดอก หรือดอกแห้ง 15 ดอก
น้ำร้อน 1 ถ้วย

    แช่ดอกอัญชันในน้ำร้อน 15 นาที กรองกากออก จะได้น้ำสีน้ำเงินแบบนี้ค่ะ ถ้าอยากได้สีม่วงก็บีบมะนาวนิดหน่อยลงไป
เทใส่แก้วมส่น้ำแข็ง ทานเย็นๆชื่นใจ หรือจะทำพันซ์ก็ได้ค่ะ โดยเติมน้ำเชื่อมและน้ำมะนาว ชิมให้เปรี้ยวๆหวานๆ จะใส่แก้งเติมน้ำแข็ง หรือปั่นก็ได้ค่า
ลองทำน้ำสีสวย ชื่นใจ ทานเองกันนะคะ คุมปริมาณน้ำตาลได้ สะอาดด้วย ง่ายแสนง่ายอีกตะหาก




read more»
0 comments

เค้กส้มหน้าเด้ง : orange cake with orange sauce

เค้กส้มหน้าเด้ง
orange cake with orange sauce



           เอาเค้กส้ม(แบบก้อนจี๊ดริด)มาอวดค่ะ เป็นเค้กฉลองวันเกิดตัวเองและคุณแม่ในช่วงที่ผ่านมา ดองไว้นานละขออวดหน่อย เคยทำเมื่อนานมาแล้วค่ะ ผลออกมาคุณแม่ชอบมาก แต่เพราะเตาที่มี อบเค้กปอนด์ไม่ได้อ่ะค่ะ เตี้ยและเล็ก อบแบบปอนด์ทีไรหน้าไหม้ทุกที ก็เลยทำแต่คัพเค้กมาตลอด 

พอจะทำเค้กโอกาสพิเศษก็เลยคิดหนัก แต่ไม่ลองไม่รู้เนอะ ขอวัดกันสักตั้ง ผลคือ แบ่งได้ 3 พิมพ์ๆละ 1/2 ปอนด์
เจ๋งไป 2 ฮ่าๆ ก้อนแรก หน้าไหม้ ก้อนสองยุบ มาผ่านเอาก้อนสุดท้าย นี่ถ้าล้มเหลวหมด มีร้องไห้จริงๆนะเนี่ย สูตรเป็นสูตรเค้กส้มยอดฮิตนะคะ จดมาเป็นปีแล้ว จำไม่ได้ว่าของท่านใด แต่ขอขอบคุณเจ้าของสูตรมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ส่วนประกอบ
orange chiffon cake

 แป้งเค้ก(แป้งพัดโบก) 100 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น 1/ 4 ช้อนชา
น้ำตาลทรายส่วนที่ (1)  50 กรัม
น้ำมันคาโนล่า 70 กรัม
ไข่แดง(ไข่เบอร์ใหญ่) 3 ฟอง
ไข่ขาว 3 ฟอง
นมข้นจืด 80 กรัม
กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา
น้ำส้มซันควิก(แมนดาริน) 1/4 ถ้วย
cream of tarta 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทรายส่วนที่(2) 80 กรัม 
วอร์มเตาที่ 180 C

ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน 2 รอบแล้วพักไว้


      ตีไข่แดงพอแตก เติมน้ำตาลทรายส่วนที่ (1) ตีให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือจนสีไข่อ่อนลงนิดหน่อย เติมน้ำมันแล้วตีให้เข้ากัน เติมนมข้นจืด น้ำส้มและกลิ่นลงไป ผสมจนเข้ากัน จากนั้นใส่แป้งคนผสมอย่านานเพราะจะเหนียวแล้วพักไว้


      ตีไข่ขาวในภาชนะที่สะอาด แห้ง ปราศจากไขมัน จนไข่เป็นฟองหยาบ เติม cream of tarta ตีต่อด้วยความเร็วสูง(แขใช้ตะกร้อมือ)จนเป็นฟองละเอียด แบ่งน้ำตาลส่วนที่ (2) ใส่ 3 รอบ ตีจนได้ยอดอ่อนแบบเฟริ์มพีค ผิวมันเงา


    แบ่งไข่ขาวเล็กน้อยตะล่อมลงในส่วนของไข่แดง ผสมเข้ากันเบาๆ แล้วเทลงผสมกับไข่ขาวที่เหลือ ผสมเบามือแต่เร็ว จนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

    ตักใส่พิมพ์ที่ทาไขมัน หรือ รองด้วยกระดาษรองอบ ส่งเข้าอบจนสุก เวลาขึ้นกับขนาดพิมพ์ที่ใช้นะคะ เช๊คสุกด้วยไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลาง พอไม่มีของเหลวติดขึ้นมาก้ใช้ได้ค่ะ

เอาออกจากเตา พักให้อุ่น แซะแล้วคว่ำบนตะแกรง รอเย็น เฉือนหน้าออก แบ่งครึ่งค่ะ



orange sauce
น้ำส้มซันควิก 50 กรัม
น้ำสะอาด 300 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
แป้งกวนไส้ 25 กรัม
เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ



         เททุกอย่างยกเว้นเนยลงในหม้อใบย่อมๆ (ขอร่อนแป้งหน่อยนะคะเพราะเก็บไว้นานแล้ว) คนด้วยตะกร้อมือจนแป้งละลายในน้ำ ยกหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง หมั่นคนแป้งจะได้ไม่เป็นก้อน
กวนจนเห็นรอยตะกร้อชัด ก็ยกลงจากเตา เติมเนย แล้วกวนต่อจนเนยละลายเข้ากับซอสดี พักให้อุ่นลงสักหน่อย นำไปราดเป็นชั้นกลางของเค้ก ที่เหลือราดลงหน้าเค้ก โดยราดตรางกลางจุดเดียว รอให้ซอสไหลคลุมเค้กทั้งหมด ใช้ไม้พายปาดซอสส่วนเกินออก


      เอาเข้าตูเย็น แช่จนซอสเซ็ตตัวค่ะ ใครมีส้มเชื่อมเอามาแต่งก็สวยดี แต่แขไม่มี ขอแต่งแบบนี้ละกัน
อร่อยมากๆ เค้กประจำบ้านจริงๆได้ชิมไปนิดเดียวเอง ที่เหลือแม่กับพ่อจัดการหมดเลยอ่า หน้าตาแบบนี้ แต่คุณแม่อย่างปลื้มที่ลูกทำเค้กให้  ไว้มีเครื่องตีและเตาอบดีๆจะทำปอนด์ใหญ่ๆสวยๆมาลงใหม่ค่ะ แล้วจะฝึกทำสปันด์บ้าง


read more»
0 comments
.
Morningglory Khae. ขับเคลื่อนโดย Blogger.