ตีนไก่ต้มเค็ม และ มาม่าซอสต้มเค็ม

ตีนไก่ต้มเค็ม และ มาม่าซอสต้มเค็ม


         ภูมิใจนำเสนอค่ะจานนี้ กึ่งๆจานต่อยอดด้วย นั่นคือ ตีนไก่ต้มเค็มและบะหมี่ซอสต้มเค็ม อิอิ
ต้มคราวเดียวกินได้ 2 วัน แหนะ ซึ่งต้มเค็มนี่ของโปรดเลยค่ะ ต้มเปื่อยๆ กัดเข้าไปแล้วเคี้ยวหมด จะราดข้าวก็อร่อย จะราดบะหมี่ก็เข้าท่า 
           ตอนทำลำบากอยู่อย่างเดียวคือ ตอนทอดมันกระเด็นมากๆ กระโดดหลบเป็นกบกันเลย อีกเรื่องคือต้องใจเย็นๆ ตุ๋นต้มไปจนเปื่อยมาก เข้าเนื้อ แต่ผลลัพภ์ที่ได้เนี่ยเกินคำว่าคุ้มค่ามากๆค่ะ




ส่วนประกอบ
สำหรับต้มเค็ม 1 หม้อใหญ่

ตีนไก่ 1 กิโลกรัม
น้ำสะอาด 2 ลิตร
ผงพะโล้ 1 ซอง
โป๊ยกั๊ก 5-7 ดอก
อบเชยแท่ง 3-5 แท่ง
รากผักชี 5 ราก
กระเทียมกลีบเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลกรวดเล็กน้อย
ซีอิ้วขาว/ซอสปรุงรส/ผงปรุงรสรสไก่/พริกไทยเม็ด
น้ำมันสำหรับทอด
        เริ่มจากเอาตีนไก่มาตัดเล็บออกให้หมดค่ะ แล้วล้างให้สะอาดใส่ตะแกรงโปร่งๆให้สะเด็ดน้ำมาก เวลาทอดจะได้กระเด็นน้อยที่สุด จากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเยอะๆ พอน้ำมันร้อนดี 
แบ่งตีนไก่ลงทอดจนหนังพองๆ ทอดทีละน้อยนะคะ ถ้ากระเด็นมากให้หาฝามาปิดกระทะไว้ช่วยได้เยอะค่ะ พอจะกลับก็เบาไฟอ่อนมากๆรอแป๊บนึง ค่อยเปิดฝา พอทอดหมดก็ตักออกมาให้สะเด็ดน้ำมัน
      ตั้งน้ำในหม้อใบโตๆ ไม่ต้องรอน้ำเดือด ใส่ตีนไก่ทอดลงไป ตามด้วยผงพะโล้ 1 ซอง โป๊ยกั๊กและอบเชย พอน้เดือด ช้อนมันออก เบาไฟกลาง เติมซีอิ้วขาวและผงปรุงรสลงไป ชิมดูค่ะ ให้เค็มกำลังดี จึงใส่น้ำตาลกราดลงไป อย่าให้หวานนำนะคะ เอากลมกล่อม ไม่มีน้ำตาลกรวดใช้น้ำตาลทรายได้ค่ะ 
แต่น้ำตาลกรวดจะหวานหอมนุ่มๆกว่า แล้วสุดท้ายใส่รากผักชี กระเทียมบุบและพริกไทยเม็ดบุบลงไป ปิดฝา ตุ๋นไปเรื่อยๆ 1-2 ชั่วโมงจนเปื่อยเข้าเนื้อดี ยิ่งนานยิ่งอร่อยค่ะ เน้าจะงวดไปเรื่อยๆ ลองชิมดูอย่าให้รสเข้มเกินไป สามารถเติมน้ำสะอาดเพิ่มได้ 
     รสชาติจริงๆ ควรเป็นเค็มนำหวานตามชื่อ แต่บางคนชอบให้ออกหวานหน่อยก็แล้วแต่ค่ะ 1 หม้อ อุ่นกินได้เรื่อยๆ เวลาเริ์ฟก็โรยผักชีเพิ่มสีสันสักนิด

ส่วนประกอบ
สำหรับมาม่าซอสต้มเค็ม 1 จาน

ตีนไก่ต้มเค็ม 2 ชิ้น
เส้นมาม่า 1 ซอง
แครอทลวก/เห็ดเข็มทองลวก/ผักกวางตุ้งไต้หวัน 1 ต้น


  ตักตีนไก่ต้มเค็มพร้อมน้ำซุบใส่กระทะ อุ่นพร้อมผักให้ผักชุ่มซอสค่ะ

 ระหว่างนี้ก็ลวกเส้นมาม่าใส่จานรอไว้ สุดท้ายก็แค่ตักทุกอย่งลงจาน ราดซอสให้ชุ่มเส้น พร้อมทานแล้วค่ะ


หน้าตาน่าทานอยู่นะ ครบคุณค่าทางสารอาหารนะเนี่ย
อร่อยอ่ะ ไม่ได้โกหกค่ะ อร่อยจริงๆ








read more»
0 comments

ผัดเต้าหู้หมูสับ stir-fried tofu and minch pork with oyster sauce


ผัดเต้าหู้หมูสับ
stir-fried tofu and minch pork with oyster sauce



  เมนูมื้อเย็นวันนี้ เป็นเมนูง่ายๆค่ะ รื้อๆตู้เย็นยังเจอเต้าหู้เหลืองนอนแอ้งเม้งอยู่เลยค่ะ เห็นมา 3 วันแล้ว ไม่มีใครจับไปกินสักที งั้นก็เอามาทำกับข้าวมื้อเย็นซะดีกว่า

จะว่าไปก็ทำคล้ายๆเต้าหู้น้ำแดงค่ะ แต่เราไม่ใส่แป้งให้น้ำข้นนั่นเอง เมนูนี้ตอนกินเจจะได้กินบ่อยมาก แต่เป็นเต้าหู้กับเห็ดหอมค่ะ
ส่วนประกอบ
(สำหรับ 1 จานใหญ่)

เต้าหู้เหลือง 2 ก้อน
หมูสับ 3/4 ถ้วย
แครอทหั่นเต๋าเล็กๆ 25 กรัม
ต้นหอมหั่นท่อน 1 ต้น
กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย/ซีอิ้วขาว/น้ำตาลทราย/ผงปรุงรสรสหมู
   เตรียมเต้าหู้ค่ะ ล้าง ซับให้แห้ง แล้วแบ่งเป็น 4 ส่วนแบบนี้ค่ะ
ตั้งกระทะใน้ำมันสำหรับทอดเยอะๆ พอน้ำมันร้อนจัดๆ(ย้ำว่าร้อนจัดนะคะ จะทำให้เต้าหู้ไม่ติดกระทะและไม่เละ) เบาเป็นไฟกลางไปทางแรง ใส่เต้าหู้ลงทอด รอเหลืองถึงกลับด้านค่ะ


ทอดพอเหลือง ไม่ถึงกับแห้งนะคะ ตักขึ้นซับน้ำมัน ใส่จานค่ะ สีเหลืองประมาณนี้ค่ะ


  เทน้ำมันออกเหลือไว้ 2 ช้อนโต๊ะค่ะ ใสากระเทียมลงเจียวเกือบๆเหลือง ใส่แครอทผัดจนสุก ใส่หมูสับลงผัด พอหมูสุกเติมน้ำลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะค่ะ เบาไฟ ปรุงรสชาติ แขใส่ผงปรุงรสประมาณ 1/2 ช้อนชา เกินนิดหน่อย น้ำมันหอยเกือบๆ 1ช้อนโต๊ะ


ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายปลายช้อนชา ผัดแล้วชิมค่ะ ออกเค็มกลมกล่อมค่ะ เร่งไฟ ใส่เต้าหู้ทอดลงคลุกเร็ว ใส่ต้นหอม ปิดไฟ คลุกพอให้ต้นหอมสลดนิดๆพอค่ะ นานจะเหี่ยวเกิน ตักใส่จาน
หน้าตาแบบนี้ค่ะ
ถ้าเราทอดเต้าหู้พอดี ผัดแล้วไม่เละค่ะ
ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยๆค่ะ


read more»
0 comments

ผัดพริกแกงหมูสามชั้นผักบุ้ง

ผัดพริกแกงหมูสามชั้นผักบุ้ง


     ครั้งแรกกับเมนูนี้ค่ะ ปกติที่บ้านจะซื้อทานนะ เพราะแม่ไม่ค่อยซื้อผักบุ้งไทยติดบ้าน ถ้าจะทำจะเป็นถั่วฝักยาวแต่ก็นานมากๆจะทำสักที ครั้งนี้แม่เขียนโน๊ตไว้หน้าตู้เย็นบอกวิธีทำไว้ให้ค่ะ กลัวลูกมั่วทำแล้วกินไม่ได้ ฮ่า ๆ มารู้ทีหลังว่าผักบุ้งถูก กำที่เห็น 5 บาทเอง มิน่าเล่า 
ส่วนประกอบ

ผักบุ้งไทย 1 กำใหญ่
หมูสามชั้น 200 กรัม
พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะพูน
พริกชี้ฟ้า 5 เม็ด
ใบมะกรูด 5 ใบ
น้ำปลา/น้ำตาลทราย/เกลือป่น



     เริ่มจากล้างผักบุ้งแล้วตัดโคนทิ้งไป หั่นเป็นท่อนๆละ 1 นิ้วครึ่งขาดนิดหน่อย แช่น้ำเอาไว้



 ระหว่างนี้ก็ตั้งน้ำใส่เกลือให้เดือดจัด เอาผักบุ้งลงลวก 5-7 นาทีจนสลบนิ่ม เทลงกระชอนโปร่ง ราดน้ำเย็นเล็กน้อย พักให้สะเด็ดน้ำ


     หั่นหมูสามชั้นหนาบางตามชอบ แต่อย่าให้ช้นโตมากค่ะ หั่นพริกแฉลบๆ ฉีกใบมะกรูดรอไว้


ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชมากสักหน่อยค่ะ เราจะทอดหมูกัน พอน้ำมันร้อน ใส่หมูลงทอดจนเหลืองเข้มแต่ไม่ถึงกับกรอบค่ะ แล้วเทน้ำมันออกเหลือแค่พอผัดสัก 2 ช้อนโต๊ะก็พอแล้วเขี่ยหมูไว้ด้านข้างก่อน
ใส่พริกแกงลงผัดจนหอม เอาหมูลงผัดเข้ากับพริกแกง ใส่ผักบุ้งลวก ผัดจนเข้ากัน จนผักบุ้งสุกสลบลง เบาไฟ ปรุงรสให้เค็ม เผ็ด ติดหวานนิดหน่อย เร่งไฟใส่พริกและใบมะกรูดผัดพอใบมะกรูดเงาฉ่ำดี ปิดไฟ ตักใส่จาน


หน้าตาแบบนี้
ได้มาจานโตมั๊กๆๆเลย


  แม่ว่าอ่อนเค็มไปนิด แต่ไม่เป็นไร ราดน้ำปลาเพิ่มทีหลังได้
ลองทำทานดูนะคะ ชอบถั่วฝักยาวก็เปลี่ยนเป็นถั่วได้เลย ว๊ทำเหมือนกันเพียงแต่ไม่ต้องลวกถั่วก่อนเท่านั้นเอง



read more»
0 comments

ดอกไม้ทอด flower tempura


ดอกไม้ทอด flower tempura


    เคยทานดอกไม้กันไหมเอ่ย น่าจะเคยกันมาบ้างแล้วเนอะ วันนี้ก็เลยชวนมาทำทานที่บ้านกันค่ะ หาได้จากดอกไม้ในบ้านเรานี่แหละ ปลูกเองปลอดภัยที่สุด แขเคยอ่านบทความเกี่ยวกับการกินดอกไม้ของไทย
    ดอกไม้ที่เราสามารถนำมารับประทานได้ ที่คุ้นๆกันก็ดอกแค ดอกกล้วยหรือหัวปลีนั่นแหละ ดอกอัญชัน ดอกกระหล่ำ ขยับมาอีกนิดก็ดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้าสีชมพู ส่วนที่อาจไม่คุ้นสำหรับหลายคนก็เป็นดอกเล็บมือนาง ดอกลั่นทม


      ซึ่งข้อที่ควรระวังคือ ดอกไม้จะต้องไม่มียาฆ่าแมลง และดอกเข็มที่ทานได้นั้นทานได้ทุกสีเว้นเข็มขาวจะมีพิษ ดอกลั่นทมได้เฉพาะสีขาว อ้อ ในบทความบอกว่าดอกของต้นชมพู่มะเหมี่ยวก็ทานได้นะคะ ที่บ้านก็มีแต่ดูแล้วไม่กล้าทานอ่ะ สีชมพูแล้วเป็นเหมือนเกสรเยอะๆร่วงๆไม่รู้จะอร่อยได้ยังไง
     การทานดอกไม้นอกจากอิ่ม(อิอิ) ก็ยังจะได้ประโยชน์จากสารสีในดอกไม้ด้วย
วันนี้จะทำ 2 ชนิดค่ะ คือเล็บมือนางและอัญชันที่ปลูกไว้ จริงๆเข็มแดงก็มีแต่แค่นี้เยอะแล้ว มาทำกันเลยดีกว่าเนอะ



ส่วนประกอบ

ดอกอัญชัน
ดอกเล็บมือนาง
แป้งทอดกรอบ
น้ำเย็นจัด
ผงปรุงรสรสหมู/ไก่
เกลือป่น
น้ำมันสำหรับทอด



      ดอกไม้ถ้าเก็บมาล้างให้ผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อนนะคะ เวลาทอดแป้งจะได้ติดดีและน้ำมันไม่กระเด็น ดอกอัญชันที่ทอดควรเป็นดอกบานแล้ว ส่วนเล็บมือนางเก็บมาแล้วเอาโคนเขียวๆออก ทอดกินเฉพาะดอกและก้านดอกก็พอค่ะ
ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัดๆ ย้ำว่าเย็นจัดนะคะ จะช่วยเรื่องความกรอบของของทอดค่ะ ผสมตามหลังซองนั่นเลย แต่ให้ข้นๆหน่อย เว้นแต่จะชอบแป้งบางๆทอดแล้วเห็นสีดอกไม้ก็ผสมจางลง แต่บ้านแขชอบแป้งหุ้มมิดๆค่ะ สวยดี
แล้วใส่ผงปรุงรสกับเกลือลงไปนิดหน่อยอย่ามาก คนให้เข้ากัน ปริมาณแป้งขึ้นกับปริมาณดอกไม้ที่จะทอด ถ้าแป้งข้นก็จะทอดได้น้อยชิ้นกว่าแป้งหลว ได้แล้วพักไว้ค่ะ
        ตั้งกระทะก้นลึกๆใส่น้ำมันเยอะๆ พอน้ำมันร้อนจัดๆ เบาไฟลงนิดนึง เอาดอกไม้ชุบแป้งให้ทั่วลงทอดทีละชิ้น ทอดทีละน้อย ทอดให้เหลืองทีละด้านอย่ากลับไปกลับมาจะอมน้ำมันนะคะ
ถ้าอยากให้กรอบนานก็ทอดสีเข้มหน่อย ถ้าชอบแบบเทมปุระก็สีอ่อนออกขาวค่ะ แต่ถ้าแป้งหุ้มหนาแบบแข แนะนำว่าควรทอดสีเข้มเพื่อให้กรอบทั้งชิ้นเคี้ยวดังกรุบๆ พอสีสวยแล้วตักขึ้นให้สะเด็โน้ำมัน เสริ์ฟพร้อมน้ำจิ้มค่ะ

น้ำจิ้มแบบเผ็ด

พริกขี้หนูตามชอบ
น้ำปลา
น้ำมะนาว
น้ำตาลทราย
กระเทียม 4-5 กลีบเล็ก
ผักชีซอยละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
  ตำพริกกับกระเทียมให้ละเอียด ตักขึ้นใส่ถ้วย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทรายให้รสออกเปรี้ยวเค็มนำ หวานแค่นิดหน่อยค่ะ แล้วโรยด้วยผักชีซอย น้ำจิ้มแบบนี้จะแก้เลี่ยนของทอดได้ดี แต่ใครจะทานกับน้ำจิ้มไก่ ซอสมะเขือเทศ ซอสพริกก็ได้ค่า


ภาพรวม


ดอกอัญชันเดี่ยวๆบ้าง

ดอกเล็บมือนาง
งั้มๆ




read more»
0 comments

กระหล่ำปลีห่อหมู

กระหล่ำปลีห่อหมู


      เมนูสุขภาพ ไขมันต่ำแต่อร๊อยอร่อย มาแล้วจ้า กระหล่ำปลีห่อหมูแบบนี้ นำไปทำแกงจืดก็อร่อยค่ะ จำได้ว่าแม่เคยทำให้กินตอนเด็กๆ แล้วก้ไม่ได้ทำอีกเลย
       วันนี้ทำกับข้าวเจอกระหล่ำปลีลูกใหญ่ ก็จัดไป อร่อย กินได้เยอะแถมดีต่อสุขภาพมากๆ ลองทำดูนะคะ จะทำไปเยี่ยมคนป่วยก็เข้าท่านะ




  ส่วนประกอบ

กระหล่ำปลีลูกใหญ่ 1 ผล
หมูสับติดมัน 1 ถ้วย
รากผักชี 2-3 ราก
กระเทียม 5 กลีบกลาง
แครอท 10 กรัม
ต้นหอม 1 ต้น
พริกไทยป่น/น้ำปลา/ซอสแม๊กกี้/ผงปรุงรสรสหมู
ซอสพริกสำหรับจิ้ม
ไม้จิ้มฟันสำหรับกลัดตามจำนวนที่ทำ


      ทำวันนี้ไม่มีรากผักชีค่ะ แต่ถ้าใครมีของครบควรใส่มากๆเพราะจะหอมอร่อย โดยตำรากผักชีกับกระเทียมเพื่อหมักเนื้อหมู แต่เราไม่มีก็เลยใส่ต้นหอมซอยแทน ปริมาณหมูจริงๆให้กะจากจำนวนที่ทำ
คือใช้หมูต่อ 1 ใบกระหล่ำประมาณ 1 ช้อนโต๊ะขาดนิดหน่อย เราทำทานกี่ชิ้นก็คูรไปเลยค่ะ แล้วตักออกนิดนึงเพราะเราใส่แครอทด้วย ปริมาณจะพอดี


       เริ่มจากหมักหมู ใส่แครอทหั่นเต๋าเล็กๆ ใส่รากผักชีตำกับกระเทียม ต้นหอมซอย ปรุงรสด้วยผงปรุงรส น้ำปลา ซอสแม๊กกี้(หรือวีอิ้วขาว แต่แม๊กกี้จะให้รสอมเปรี้ยวลึกๆแก้เลี่ยนดีกว่าค่ะ) พริกไทยป่นแท้เยอะๆ คลุกเคล้าเข้ากัน แบ่งนิดนึงไปเวฟเพื่อชิมรสชาติ ได้แล้วพักไว้ หรือหมักทิ้งไว้ 15 นาที



      แกะกลีบกระหล่ำปลีออกมาอย่างเบามือให้สมบูรณืที่สุด ล้างแล้วพักไว้ ถ้ากลีบไหนขาดๆเราก็เอากลีบด้านในๆเล็กกว่าเผื่อไว้รองซ้อนได้ค่ะ
ได้แล้วตั้งน้ำใส่เกลือเตรียมลวกใบกระหล่ำปลี พอน้ำเดือด ใส่ใบกระหล่ำปลีลงลวกจนนิ่มลง สังเกตจากใบจะงอพับได้ไม่หัก ก็เอาขึ้นมาราดน้ำเย็น พักไว้







      ได้เวลาห่อแล้วค่ะ วางใบกระหล่ำปลีลวกบนจาน ถ้าขาดก็เอาใบเล็กๆซ้อนลงไป ตักหมูวางตรงกลางประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พับแต่ละข้างเข้าห่อไส้
จะให้ดีให้พับตามเข็มนาฬิกา คือ ซ้าย-บน-ขวา-ล่าง หรือ ขวา-บน-ซ้าย-ล่าง วนไปแบบนี้จะแน่นกว่าพับด้านข้าง 2 ด้านก่อนบนล่าง(งงไหมค่ะ) แล้วจิ้มให้อยู่กับที่ไม่อ้าออกด้วยไม้จิ้มฟัน
ทำจนหมด วางเรียงลงจานทนร้อน เตรียมนึ่งค่ะ จะนึ่งด้วยซึ้งหรือกระทะก็ตามสะดวกเลย
นึ่งไฟแรง 10-15 นาทีขึ้นกับจำนวนและความแรงของไฟ  พอสุก ยกลง เทน้ำที่ค้างออก ยกเสริ์ฟร้อนๆพร้อมซอสพริกค่ะ

 
 น่าตาแบบนี้
จิ้มซอสแล้วกัด .... อั้ม อร่อย
โชว์ซักนิด

ทานร้อนๆอร่อยกว่าปล่อยเย็นค่ะ ทำมากแล้วเก็บไว้ทำแกงจืดก็ได้ อร่อยและดีต่อสุขภาพจริงๆนะ



read more»
0 comments

ผัดพริกเผาเป็ดย่าง

ผัดพริกเผาเป็ดย่าง


     เมนูแอบมั่วมาอีกแล้ว เป็นการกำจัดเป็ดย่างค่ะ ซื้อเป็ดย่างมาทำแกงเผ็ดเป็ดย่างอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ทำกินแค่ในบ้านก็เลยเหลืออีกครึ่งตัว เลาะเนื้อเก็บไว้เป็นอาทิตย์ละ 
กลัวเป็ดย่างจะกลายร่างเป็นเป็ดดองซะก่อน คิดๆแล้วก็จับมามั่วๆเป็นกับข้าวมื้อเย็นดีกว่า ตอนแรกทำเสร็จ ชิมแล้ว อืม อร่อยดี แต่กลัวพ่อไม่กินเพราะพ่อไม่ชอบกินอไรแปลกๆหรือเผ็ดจัด
แต่ผิดคาดแฮะ พ่อบอกอร่อยดี พริกเผากับเป็ดเข้ากันดีนะ อืม รู้งี้ทำไปนานละพ่อขา อุอุ



ส่วนประกอบ

เนื้อเป็ดย่าง 1 ถ้วย
พริกเผาแบบเผ็ดมาก 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
หอมหัวใหญ่ 1/2 หัวใหญ่
พริกเขียวแดง 3-5 เม็ด
น้ำปลา/ซอสปรุงรส/น้ำตาลทราย/ผงปรุงรส







   เนื้อเป็ดเลาะเอาแต่เนื้อนะคะแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นหั่นหอมใหญ่เป็นชิ้นขนาดตามที่ชอบ หั่นพริกเเบบแฉลบๆ เตรียมผัดได้ค่ะ


ตั้งกระทะ พอกระทะร้อน ใครใคร่ใส่น้ำมันก็ได้นะคะ แต่แขขอผ่านเพราะในพริกเผาก็มันพอแล้ว จากนั้นใส่พริกเผาลงไป ยีๆให้กระจายตัว
ใส่หอมใหญ่ลงผัด ถ้าแห้งก็เติมน้ำเล็กน้อย ผัดจนหอมใส ถ้าชอบนิ่มก้ผัดนานหน่อย ชอบกรอยก็ผัดเร็วๆ จากนั้นใส่เนื้อเป็ดลงผัด ใส่พริก


พอเดือดจัดๆ ก้เบาไฟ ปรุงรสชาติกัน ถ้าพริกเผาแบบขายเป็นกระปุกจะติดหวานมากก็ไม่ต้องใส่น้ำตาลเพิ่มได้ค่ะ ชิมให้ออกเผ็ด เค็ม หวาน พอรสชาติถูกปากก็เร่งไฟให้เดือดแล้วปิดไฟ
ตักใส่จาน พร้อมทานข้าวเย็นกันเลย
 หน้าตาก้ไม่ได้แปลกเนอะ


นึกว่าจะไม่มีใครทานซะแล้ว เอาเข้าจริง หมดจานเลย ปลื้มมมม







read more»
0 comments

ซี่โครงหมูอบสัปปะรด

ซี่โครงหมูอบสัปปะรด


     จานนี้เป็นเมนูเด่นประจำตัวและเมนูสามัญประจำบ้านค่ะ  ได้สูตรมาจากบล็อกของแม่ปู ซึ่งแม่ปูลงไว้ว่าได้สูตรมาจากคุณหมูแดงอีกทอด จึงต้องขอขอบคุณทั้งสองท่านไว้ด้วย เพราะทำให้มีจานเด็ดไว้อวดฝีมือค่ะ  อยากแนะนำให้ลองทำดูนะคะ ไม่ยาก แต่ความอร่อยนี่คุ้มค่ามาก ยิ่งทานกับบะหมี่ลวก เป็นบะหมี่หน้าซี่โครงอบ อร่อยล้ำจนลืมพิซซ่าแน่ๆรับรองได้เลยค่ะ  

ปล. สูตรที่ลงไว้เป็นสูตรดัดแปลงนะคะ  จะออกหวานกว่าต้นฉบับ 

ส่วนประกอบ

ซี่โครงหมู   500 กรัม
สัปปะรดสดเปรี้ยวนำ 1 ถ้วย(1/3 ผลใหญ่) หรือสัปปะรดกระป๋องพร้อมน้ำก็ได้ค่ะ
ต้นหอม 1 ต้น

ซอสสำหรับอบ 

ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย  1 ช้อนโต๊ะ(ขาดนิดหน่อย)
พริกไทยป่น  2 ช้อนชา น้ำมันงา  2 ช้อนชา
เหล้าจีน  1 ช้อนโต๊ะ
  ผสมทุกอย่างลงในถ้วย คนให้น้ำตาลละลาย

*ถ้าไม่เหล้าจีนและน้ำมันงา ไม่ใส่ได้คะ สองอย่างนี้จะช่วยเรื่องความหอม ไม่ต้องกลัวเมา ความร้อนจะทำให้แอลกอฮอล์ระเหยไปหมดเอง





  ล้างซี่โครงค่ะ ถ้าซื้อมาแบบยังไม่ได้สับแบ่ง ก็สับเป็นชิ้นยาวประมาณ เกือบๆ 2 นิ้ว พอทำเสร็จจะได้ชิ้นพอดีคำไม่หดเล็กเกินไป วางเอาไว้ให้สะเด็ดน้ำให้หมด พอเอาลงทอดน้ำมันจะได้ไม่กระเด็น
  ล้างและหั่นสัปปะรดเป็นชิ้น หนาสักครึ่งเซ็นหรือเกินได้ กว้างสัก 1 นิ้ว ถ้าเป็นสัปปะรดกระป๋องก็แยกเนื้อออกจากน้ำเอาไว้  สุดท้ายหั่นต้นหอมเป็นท่อนๆเกือบๆสองนิ้วแช่น้ำกันเหี่ยวไว้ก่อนค่ะ กว่าจะใช้ยังอีกนาน

 ตั้งกระทะ (ใครจะทำในหม้อรวดเดียวเลยก็ได้ ถ้าถนัด)  ใส่น้ำมันลงไป 1 ถ้วย (มากพอจะทอดซี่โครงได้พอดีไม่ถึงกับน้ำมันท่วม) พอน้ำมันร้อน ค่อยๆใส่ซี่โครงลงทอด ใส่เตี้ยๆและทีละน้อยน้ำมันจะได้ไม่กระเด็นค่ะ ทอดจนซี่โครงขาวตึงทั่ว ติดเกรียมๆหน่อยก็ได้  พอซี่โครงได้ที่ตามที่บอกไว้ เทเนื้อสัปปะรดลงผัดด้วย พอสัปปะรดฉ่ำๆ ให้เทน้ำมันออกให้มากที่สุด แล้วเทซอสที่ผสมไว้ลงไปผัดให้เข้ากัน เททุกอย่างจากกระทะลงหม้อที่จะใช้อบ เติมน้ำสะอาดลงไปพอดีกับระดับซี่โครงในหม้อ รอจนเดือด เบาไฟ ปิดฝา อบจนซี่โครงเปื่อยดี น้ำจะงวดลงไปเรื่อยๆ หมั่นคนด้วยนะคะ อบไป 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แล้วชิมรสดูอีกครั้ง จะมีรสเปรี้ยวของสัปปะรด ออกมา ถ้าเปรี้ยวมากก็เพิ่มน้ำตาลทรายคะ  ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าใครยังไม่เคยทำอาหารหรือกลัวว่าซี่โครงจะไม่เปื่อย ให้แยกน้ำตาลทรายออกมาไว้ก่อนอย่าเพิ่งใส่ลงอบค่ะ น้ำตาลนี่แหละเป็นตัวที่จะไปรัดเนื้อสัตว์ทำให้ไม่เปื่อยดี  และเราสามารถเปลี่ยนน้ำตาลเป็นน้ำผึ้งได้ จะหอมมากโดยเฉพาะน้ำผึ้งเก่า 


เมื่อได้รสชาติที่ชอบก็ปิดไฟ ตักใส่จาน โรยด้วยต้นหอมหั่นท่อนที่แช่น้ำไว้ พร้อมทานค่ะ


ราดน้ำฉ่ำๆ อร่อยมากค่ะ ทั้งซี่โครงและสัปปะรด  คอนเฟริ์ม




read more»
0 comments
.
Morningglory Khae. ขับเคลื่อนโดย Blogger.